หลักการเลือกบริษัททำธุรกิจเครือข่าย ข้อที่ 4 (แบบถูกต้อง)
เป็นอย่างที่หลายคนคาดไว้ว่ายังไงก็ต้องดูที่แผนธุรกิจด้วย
แผนธุรกิจในที่นี้ผมหมายถึงแผนการจ่ายเงินปันผลนะครับ แผนธุรกิจสำคัญครับ
แต่จะสังเกตุได้ว่าผมให้ความสำคัญไว้ข้อท้ายๆเลย ถามว่าทำไมล่ะครับ
แผนธุรกิจเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของเรา
คนทำธุรกิจก็ต้องดูเรื่องของผลกำไรผลประกอบการเป็นอันดับแรก คำพูดเหล่านี้ถูกต้องครับ
แต่ใช้ได้กับธุรกิจอื่นไม่ใช่กับธุรกิจเครือข่ายครับ ถามว่าทำไม เพราะแผนธุรกิจ
บริษัทสามารถเปลี่ยนได้ตลอดครับ
อย่างบริษัทที่ผมทำอยู่เปลี่ยนแผนมาแล้ว 4 รอบ และการเปลี่ยนแผนทั้ง 4 รอบ
ก็เปลี่ยนให้ดีขึ้นทันสมัยขึ้นทั้ง 4 ครั้ง
วันนี้ถ้าบริษัทที่คุณทำ แผนธุรกิจดีที่สุด จ่ายเงินปันผลมากที่สุด แต่ไม่แน่ว่าอีก 2-3 ปี
แผนธุรกิจของบริษัทที่คุณทำจะดีที่สุดอย่างเดิมรึปล่าว
ตราบใดที่แผนธุรกิจของคุณขายไม่ได้ธุรกิจของคุณก็จบ แต่ถ้าแผนธุรกิจไม่ดี
เอาเปรียบผู้ร่วมธุรกิจ หรือแผนธุรกิจเข้าใจยาก ก็จะส่งผลให้คุณทำงานได้ยากมากขึ้น
แผนธุรกิจที่ดีควรเป็นอย่างไรมาดูกันนะครับ
แผนธุรกิจที่ดีมีดังนี้ครับ
1. แผนธุรกิจต้องเข้าใจง่าย
แผนธุรกิจที่เข้าใจง่ายจะมีส่วนให้คุณทำงานได้ง่ายมากขึ้น
ผู้มุ่งหวังของคุณจะเข้าใจแผนได้ง่าย และพร้อมที่จะทำงานได้ทำที
แผนธุรกิจที่เข้าใจง่ายจะช่วยให้ผู้มุ่งหวังของคุณรู้ว่าจะต้องทำอะไร
และได้ผลตอบแทนเท่าไร ไม่ต้องเสียเวลามานั่งทำความเข้าใจแผน คุณก็ไม่ต้องเสียเวลามานั่ง
อธิบายแผนด้วย
2. แผนธุรกิจต้องไม่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่
แผนธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หมายถึงแผนธุรกิจที่เน้นจ่ายเงินปันผลกับการหาผู้สมัครรายใหม่ๆ
แต่ไม่จ่ายหรือจ่ายน้อยกับยอดองค์กร หรือยอดธุรกิจ แผนธุรกิจประเภทนี้พูดง่ายๆ
ก็คือ ถ้าคุณหาคนใหม่สมัครได้ คุณก็ได้ตังค์เยอะ แต่ถ้าเดือนไหนคุณหาไม่ได้
คุณก็ได้ตังค์น้อย หรือไม่ได้เลย ลองคิดดูสิครับ รายได้ของคุณคงจะหาความมั่นคงไม่ได้
กับแผนธุรกิจประเภทนี้
3. รักษายอดแต่ล่ะเดือนต้องไม่มากเกินไป
ข้อนี้สำคัญมากครับที่คุณต้องดูให้ดีทีเดียว จุดต่างของธุรกิจขายตรง
กับธุรกิจเครือข่ายคือ จำนวนเงินในการรักษายอดแต่ล่ะเดือน
ต้องสอดคล้องกับการใช้สินค้าส่วนตัวในแต่ล่ะเดือนของท่าน บางบริษัท มีสมาชิก 2 แบบ
เพื่อช่วยให้ท่านสามารถรักษายอดแต่ล่ะเดือนได้ โดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องขายของ
4. แผนธุรกิจเป็นธรรมชาติ
แผนธุรกิจเป็นแบบธรรมชาติคือ เน้นการใช้สินค้าประจำวันของท่าน
ไม่บังคับให้สต๊อกสินค้า หรือให้ขายสินค้า ซึ่งก็จะสอดคล้องกับข้อที่ 3 ที่ผมได้กล่าวมาแล้ว
5. แผนต้องเหมาะสมกับผู้ร่วมธุรกิจทุกประเภท
ถึงแม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่จะไม่ชอบขาย แต่ก็มาหลายท่านที่ชอบขายเป็นชีวิตจิตใจ
ถ้าแผนธุรกิจของท่านเน้นแต่การสร้างเครือข่าย ไม่สนใจ Seller(นักขาย)
ซึ่งเป็นทรัพยากรอันสำคัญในการสร้างยอดในองค์กรของท่าน
ท่านก็ลำบากในการชักชวนคนเหล่านี้
หลักคราวๆ ในการดูแผนธุรกิจก็มีดังที่กล่าวมานี้ล่ะครับ แต่อย่างที่ผมกล่าวไว้
ข้างต้นตอนแรกคือ ผมให้ความสำคัญสำหรับแผนธุรกิจเป็นอันดับท้ายๆ
สิ่งที่ควรพิจารณาอย่างจริงๆจัง ก็คือ สินค้า บริษัท และโอกาสทางธุรกิจ
นักธุรกิจบางท่านก็จะแยกระบบออกจากตัวบริษัทไว้เป็นหลักพิจารณาด้วย
แต่ผมขอรวมไว้ในข้อของบริษัทแล้วกันนะครับ
ขอสรุป หลักการเลือกบริษัททำธุรกิจเครือข่ายอีกครั้งนะครับ
1. สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ (ต้องใช้แล้วผลตอบกลับ)
2. บริษัท (มั่นคง เชือถือได้ มีสินค้าเป็นของตัวเอง)
3. โอกาสทางธุรกิจ (ต้องมีระบบการทำแบบใหม่)
4. แผนธุรกิจหรือแผนการจ่ายเงิน (ต้องจัดเจนและเสถียน) |