สวัสดีครับ ผมสุวิทย์ คงเพ็ง
วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง (ไม่ใช่มีให้เหล้ากิน)
เริ่มเล่าเลยนะ
ผมมีรักเพื่อนอยู่2คน ผมจะเล่าความแตกต่างของเพื่อนทั้ง 2คน (นินทาเพื่อน)
คนหนึ่งชื่อ พันธ์ เพื่อนผมคนนี้ มีนิสัย เหมือนกับคนหลายๆคน คือเป็นคนรัก สัตว์ ไม่จะเป็น หมา แมว
แต่ความรักที่มีต่อครอบครัว (เมีย) ยังเหมือนเดิม สโลแกนของเพื่อนพันธ์คือ รักเมียเสมอเผลอมี…..
(พูดเล่น)
เขารู้ดีว่า เลี้ยงไปก็ไม่กำไร เพราะมันไม่มีค่าทาง เนื้อ แต่มันมีค่าทางใจ ไปทำงาน กลับมาได้เล่นกับ
สัตว์ ที่เขาเลี้ยง
มีความสบายใจ ยิ่งเลี้ยงยิ่งมีความผูกพันธ์ ถ้าเกิดว่า สัตว์ที่เขาเลี้ยง ไม่สบาย เขาก็พาไปหาหมอ
จะจ่ายเท่าไร เขาไม่เคยพูดเลย เพราะเขามีความรู้สึก เหมือนส่วนหนึ่งในครอบครัว เกิดว่า ตัวไหนตาย
ไป ก็หาชื้อไหม่มาเลี้ยงอีก
ตั้งแต่ผมรู้จักเขามา บ้านเขาไม่ขาดสัตว์เลี้ยงเลย ถามว่า ขาดทุนไม่ เขาไม่มีตวามรู้สึกว่าขาดทุนเลย
มีกำไรมีค่าทางใจ
เพื่อนอีกคนชื่อ พงษ์ พงษ์เป็นคนขยัน ชอบทำมา
หากิน เป็นคนหลายอาชีพ
(เปลี่ยนงานบ่อย)
เป็นคนหาโอกาสอยู่เสมอ( เหมือนกับผมเลย)
แต่มาทำอาชีพหลัก คือ เลี้ยงหมู เขาทำมาหลายปี
แล้วเหมือนกัน
เขามีความสุขกับงานนี้มากเลย
เพราะเลี้ยงแล้ว 90 กว่าวันก็ได้รับเงินเข้ากระเป๋า ครั้งละหลายๆหมื่นบาทเลยที่เดี่ยว
พงษ์ เขามีความสุขมาก
ถ้าวันนั้นมาถึง (วันขายหมู) แต่ถามว่า พงษ์ มีความรู้สึก ผูกพันธ์กับหมูทีเขาเลี้ยงไม
ตอบได้เลยว่าไมมี
น้ำหนักดี ราคาดี นั้นคือ สิ่งทีเขาต้องการ เพราะมันมีคุณค่าทางเนื้อ
วันนั้นเป็นว่ันบังเอิญหรือไมก็ไม่ทราบเหมือนกัน วันที พงษ์เขาขายหมู พงษ์ ดีใจมาก
เพราะมีเงินเข้ากระเป๋าแน่นอน
แต่ พันธ์วันนั้นเป็นวันที่หมาทีเขาเลี้ยงเกิด ตาย เขาเสียใจมาก เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ
เพราะเขาติดว่าหมาคือสมาชิกในครอบครัว เรื่องทีผมเล่าให้ฟังวันนี้
พันธ์เขาเลี้ยงหมา ไม่ มีค่าทางเนื้อ แต่เขามีค่า ทางใจ
ส่วนพงษ์ เขาคิดว่าหมู มีค่าทางเนื้อ แต่ไม่มีค่าทางใจ ไม่มีความผูกพันธ์ ธุรกิจก็เหมือนกัน
ถ้าคุณคิดว่าองค์กร ทีท่านดูแลอยู่ คิดว่าเลี้ยง เพื่อ ฆ่ากินเนื้อ หรือว่า รักกันไว้ เพือให้มีค่าทางใจ
ท่านเป็นคนคิดเองนะ ผมไม่ต้อง คิดให้
**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ! ถ้ามีคุณค่าช่วย
แช่ร์ ต่อด้วยนะครับ
กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com
วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง (ไม่ใช่มีให้เหล้ากิน)
เริ่มเล่าเลยนะ
ผมมีรักเพื่อนอยู่2คน ผมจะเล่าความแตกต่างของเพื่อนทั้ง 2คน (นินทาเพื่อน)
คนหนึ่งชื่อ พันธ์ เพื่อนผมคนนี้ มีนิสัย เหมือนกับคนหลายๆคน คือเป็นคนรัก สัตว์ ไม่จะเป็น หมา แมว
แต่ความรักที่มีต่อครอบครัว (เมีย) ยังเหมือนเดิม สโลแกนของเพื่อนพันธ์คือ รักเมียเสมอเผลอมี…..
(พูดเล่น)
เขารู้ดีว่า เลี้ยงไปก็ไม่กำไร เพราะมันไม่มีค่าทาง เนื้อ แต่มันมีค่าทางใจ ไปทำงาน กลับมาได้เล่นกับ
สัตว์ ที่เขาเลี้ยง
มีความสบายใจ ยิ่งเลี้ยงยิ่งมีความผูกพันธ์ ถ้าเกิดว่า สัตว์ที่เขาเลี้ยง ไม่สบาย เขาก็พาไปหาหมอ
จะจ่ายเท่าไร เขาไม่เคยพูดเลย เพราะเขามีความรู้สึก เหมือนส่วนหนึ่งในครอบครัว เกิดว่า ตัวไหนตาย
ไป ก็หาชื้อไหม่มาเลี้ยงอีก
ตั้งแต่ผมรู้จักเขามา บ้านเขาไม่ขาดสัตว์เลี้ยงเลย ถามว่า ขาดทุนไม่ เขาไม่มีตวามรู้สึกว่าขาดทุนเลย
มีกำไรมีค่าทางใจ
เพื่อนอีกคนชื่อ พงษ์ พงษ์เป็นคนขยัน ชอบทำมา
หากิน เป็นคนหลายอาชีพ
(เปลี่ยนงานบ่อย)
เป็นคนหาโอกาสอยู่เสมอ( เหมือนกับผมเลย)
แต่มาทำอาชีพหลัก คือ เลี้ยงหมู เขาทำมาหลายปี
แล้วเหมือนกัน
เขามีความสุขกับงานนี้มากเลย
เพราะเลี้ยงแล้ว 90 กว่าวันก็ได้รับเงินเข้ากระเป๋า ครั้งละหลายๆหมื่นบาทเลยที่เดี่ยว
พงษ์ เขามีความสุขมาก
ถ้าวันนั้นมาถึง (วันขายหมู) แต่ถามว่า พงษ์ มีความรู้สึก ผูกพันธ์กับหมูทีเขาเลี้ยงไม
ตอบได้เลยว่าไมมี
น้ำหนักดี ราคาดี นั้นคือ สิ่งทีเขาต้องการ เพราะมันมีคุณค่าทางเนื้อ

วันนั้นเป็นว่ันบังเอิญหรือไมก็ไม่ทราบเหมือนกัน วันที พงษ์เขาขายหมู พงษ์ ดีใจมาก
เพราะมีเงินเข้ากระเป๋าแน่นอน
แต่ พันธ์วันนั้นเป็นวันที่หมาทีเขาเลี้ยงเกิด ตาย เขาเสียใจมาก เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ
เพราะเขาติดว่าหมาคือสมาชิกในครอบครัว เรื่องทีผมเล่าให้ฟังวันนี้
พันธ์เขาเลี้ยงหมา ไม่ มีค่าทางเนื้อ แต่เขามีค่า ทางใจ
ส่วนพงษ์ เขาคิดว่าหมู มีค่าทางเนื้อ แต่ไม่มีค่าทางใจ ไม่มีความผูกพันธ์ ธุรกิจก็เหมือนกัน
ถ้าคุณคิดว่าองค์กร ทีท่านดูแลอยู่ คิดว่าเลี้ยง เพื่อ ฆ่ากินเนื้อ หรือว่า รักกันไว้ เพือให้มีค่าทางใจ
ท่านเป็นคนคิดเองนะ ผมไม่ต้อง คิดให้
**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ! ถ้ามีคุณค่าช่วย
แช่ร์ ต่อด้วยนะครับ
กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com


