แนะนำเพือน

เพิ่ม LIKE facebook fanpage ฟรี | เพิ่ม LIKE รูป facebook ฟรี | เพิ่ม Follow Twitter ฟรี

ความรักของอัฟไลน์..ที่ดาวน์ไลน์มองไม่เห็น

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

บทความเรื่องนี้..อิงชีวิตครับ..

..มีผู้หญิงคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุ
ทำให้ต้องตาบอดทั้งสองข้าง
และเธอก็ทุกข์ทรมานกับการสูญเสียการมองเห็น
แต่สามีเธอก็พยายาม ปลอบใจ และให้กำลังใจเธอตลอด
พยายามสอนให้เธอใช้ประสาทสัมผัสให้มากขึ้น

..ที่ทำงานของเธอกับสามีอยู่คนละทาง
แต่เขาก็ขับรถไปส่ง และไปรับอยู่เสมอ
จนวันหนึ่งสามีเธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก
เขาจึงพูดกับเธอว่าให้เธอลองพยายามขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง
โดยที่เขาไม่ต้องไปรับไปส่งได้ใหม

..นาทีนั้น เธอรู้สึกเหมือนโดดเดี่ยว และน้อยใจสามีเธอ
แต่เธอก็พยายามทำตามที่เขาขอ
เธอพยายามขึ้นรถเมล์เอง พยายามไปทำงานด้วยตัวเอง
จนในที่สุดเธอก็สามารถทำได้

..วันหนึ่งก่อนที่เธอจะลงรถไปทำงานตามปกติ
คนขับรถเมล์ก็เข้ามาจับแขนเธอและพูดกับเธอว่า
ผมช่างอิจฉาคุณผู้หญิงจริงๆครับ
เธอก็เลยถามว่า อิจฉาเธอเรื่องอะไร
คนขับรถเมล์ก็เลยบอกว่า…

“สามเดือนที่ผ่านมา
ผมจะเห็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งเขาจะขึ้นรถเมล์ตอนเช้า
มานั่งตรงเบาะหลังคุณ เฝ้ามองดูคุณด้วยความห่วงใย
และตามคุณลงรถไป
และเฝ้าดูคุณเดินเข้าไปที่ทำงานอย่างห่วงใย
และตอนเย็นทุกๆเย็นเขาก็จะมาเฝ้ารอดูคุณขึ้นรถ
และคอยดูคุณจนคุณลงรถ”

..ได้อะไรจากบทความครับ..

..การเป็นอัฟไลน์หรือเป็นผู้นำขององค์กรในธุรกิจเครือข่าย..คุณจะต้องคอยดูแล เอาใจใส่ ดาวน์ไลน์ของคุณ ให้เขายืนด้วยตัวของเขาเองให้ได้ โดยที่เราคอยให้กำลังใจเขาอยู่เสมอ ทำให้เขารู้สึกว่า เราคอยที่จะช่วยเหลือเขาให้สำเร็จอยู่ตลอดเวลา  http://suwit99.weebly.com/

ความ “เชื่อ+MLM” สำคัญไฉน..

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

ความเชื่อ..ก่อให้เกิดความสำเร็จ

ถ้าคุณต้องการทำอะไรซักอย่าง..แต่คุณไม่มีความเชื่อ..คุณจะทำมั๊ย?

แน่นอน..ถ้าผมไม่เชื่อ..ผมก็ไม่ทำ เช่นเดียวกับคุณ

เพราะว่า..ความเชื่อนั้น จะต้องเกิดขึ้นก่อนการกระทำ และจะต้องควบคู่ไปกับการกระทำเสมอ

เพราะฉะนั้น “สิ่งที่สำคัญที่สุดต่อความสำเร็จของคุณก็คือ ความเชื่อที่คุณคิดว่าจะสำเร็จหรือไม่”

เป็นธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์ว่า คนเรานั้นมักติดแน่นอยู่กับความเชื่อต่างๆ ที่เรามั่นใจหรือสามารถอธิบายได้ เราจะรู้สึกมั่นคง แต่ถ้าเราไม่สามารถเชื่อว่าเราสามารถทำได้ เราก็จะขาดความเชื่อ ไม่กระตือรือร้น หรือทำงานหนักพอ

เมื่อเราิเริ่มธุรกิจใหม่ๆ เรามักจะคิดว่า หากประสบความสำเร็จ เราจะพบแต่ความสวยงามและสิ่งดีๆ ในชีวิต ความฝันเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้น ให้เรามีเป้าหมายและแผนงาน เพื่อทำให้ความฝันของเราเป็นจริง สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าหากเราไม่เชื่อว่าเราจะทำมันได้

“ความเชื่อเปรียบเสมือนตัวเร่งปฏิกิริยาของการกระทำทั้งปวง”

อ่ะ..ที่นี้เราลองมาพิจารณาว่า ผู้ที่ประสบความสำเร้จนั้นเขาเริ่มต้นจากอะไร?

..เขาเริ่มจากการวางแผน แล้วผ่านไปสู่ความเชื่อและการกระทำ ความเชื่อจะเกิดขึ้นก่อน แล้วการกระทำจะตามมาและอยู่กับความเชื่อตลอดไป

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างความสำเร็จคือ ความศรัทธา และความเชื่อมั่น

จงเชื่อว่า ธุรกิจเครือข่ายเป็นไปได้ และคุณสามารถทำได้ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ!! http://suwit99.weebly.com/

กระต่ายกับเต่า..เวอร์ชั่น MLM

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

ตอนเด็กๆ ผมเคยฟังนิทานเืรื่อง “กระต่ายกับเต่า” สนุกมาก (ในความคิดที่เป็นเด็ก)

ผมจะมาเปรียบเทียบกับเครือข่ายให้ฟัง..

เวอร์ชั่นเก่า..กระต่ายจะแพ้เต่าใช่มั๊ยครับ..อ่ะ คราวนี้มาดูเวอร์ชั่นใหม่กัน..

..เจ้ากระต่ายสันหลังยาวโมโหมากที่มันแพ้เต่า..มันจึงค้นหาจุดอ่อนของมัน ก็พบว่าความมั่นใจในตัวเองมีมากเกินไป บวกกับความขี้เกียจของมันนั่นแหละ ที่ทำให้แพ้ ถ้ามันไม่เผลอหลับซะอย่าง เต่าหน้าไหนจะเอาชนะมันได้ มันจึงขอแก้ตัวใหม่อีกครั้ง และเต่าก็ยินยอม แน่นอนว่าครั้งนี้ เจ้าเต่าโดนทิ้งไม่เห็นฝุ่น กระต่ายชนะขาดลอย..

..ได้ข้อคิดอะไรครับ..ต่อให้ช้าแต่ชัวร์ ยังไงก็แพ้เร็วและสม่ำเสมอ ถ้าเราเปรียบเทียบคนทั้งสองคนในองค์กรของเรา คนหนึ่งช้าจริง ทำอะไรมีระบบระเบียบแบบแผน แต่ทำอะไร ไม่เคยพลาด

..เทียบกับอีกคนหนึ่งที่เร็วและสม่ำเสมอ มักจะประสบความสำเร็จมีความเจริญก้าวหน้าในองค์กรนั้น ๆ มากกว่า

..เรื่องยังไม่จบแค่นี้..

..คราวนี้ถึงตาเจ้าเต่ามาหาจุดบกพร่องของตัวเองบ้าง และมันก็พบว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะชนะเจ้ากระต่ายในเส้นทางการวิ่งแบบนี้ มันก็คิดอยู่ซักครู่หนึ่งก็ไปท้ากระต่ายแข่งใหม่ แต่ขอเปลี่ยนเส้นทางวิ่งซะหน่อย เจ้ากระต่ายก็ยอม

..พอการเริ่มแข่งเริ่มปุ๊บ เจ้ากระต่ายก็ใส่เกียร์ห้าออกไปเต็มสปีดเลย จนกระทั่งไปถึงระหว่างทาง? เฮ้ย!!!.. เวรกรรม ต้องข้ามแม่น้ำ ทำไงล่ะคราวนี้? เส้นชัยอยู่ไม่ห่างจากฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่เลย เจ้ากระต่ายมัวแต่งงว่าจะทำไงดี จนเจ้าเต่าคลานมาทันแล้วก็ลงน้ำว่ายข้ามฝั่งไปเข้าเส้นชัย

..ได้ข้อคิดอะไรครับ..ให้เราพิจารณาจุดแข็งของตัวเองให้ดี แล้วพยายามเปลี่ยนสนามการแข่งขัน ให้ตนเองได้เปรียบมากที่สุด

..ยังมีต่อครับ…

..ด้วยน้ำใจนักกีฬา คราวนี้เจ้าเต่ากับกระต่ายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แล้วต่างคนต่างมาระดมสมองคิดด้วยกัน หากทั้งสองร่วมมือกันการแข่ง จะช่วยให้ทำเวลาได้ดีขึ้น

..ดังนั้นพวกมันจึงคิดจะแข่งอีกครั้ง แต่แข่งคราวนี้เป็นแบบ “ทีมเวิร์ค” เริ่มต้นด้วยเจ้ากระต่ายก็แบกเต่าวิ่งไปด้วยความเร็วสูง จนถึงริมแม่น้ำ เจ้าเต่าก็ให้กระต่ายขี่หลังว่ายข้ามไป พอข้ามฝั่งเจ้ากระต่ายก็แบกเต่าวิ่งต่อ จนเข้าเส้นชัยด้วยกัน ผลการแข่งขันครั้งนี้สร้างความพึงพอใจให้กับทั้งสองฝ่าย

สรุปก็คือ..

..การมีจุดแข็งและความสามารถโดดเด่นเฉพาะตัวเป็นสิ่งที่ดี แต่หากไม่รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น ยังไงก็ไปไม่รอด เพราะมันจะมีบางสถานการณ์ที่เรา “เจ๋ง” คนอื่น “เจ๊ง” ในขณะที่บางสถานการณ์เรา “เจ๊ง” แต่คนอื่น”เจ๋ง”

..ความรวดเร็วเสมอต้นเสมอปลายจะชนะความอืดอาด การดึงศักยภาพในตัวของเราออกมา และทำงานร่วมกันเป็นทีมย่อมดีกว่าการทำงานคนเดียว อย่ายอมแพ้เมื่อพบกับความล้มเหลว และสุดท้ายคือ “จงแข่งกับสถานการณ์ ไม่ใช่กับตัวบุคคล”

กำเนิดแนวคิด..ของ สุวิทย์ คงเพ็ง (คนล่าฝัน MLM)

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

เมื่อก่อนมีคนมาถามผมว่า ผมต้องการอะไรมากที่สุดในชีวิต…
ผมไม่เคยตอบได้เลย… ทุกครั้งที่ตอบคำถาม ผมมักจินตนาการไปต่างๆ นาๆ…
ช่วงไหนอยากเที่ยว…ก็อยากมีรถ
ช่วงไหนอยากมั่นคง…ก็อยากมีเงิน
ช่วงไหนเปลี่ยวๆ…ก็อยาก…? (ฮา..ฮา..)
มันมีแต่ความอยากมากไปหมด…จนไม่เข้าใจตัวเองสักครั้งว่า ที่จริงแล้ว…กูอยากได้อะไรกันแน่ ?

จนขวนขายเรียนเข้ามหาลัย ช่วงนั้นจึงเริ่มรู้ความต้องการมากขึ้น…

จบความรู้สึกได้ 3 อยาก…
อยากแรก…อยากมั่งคั่ง
อยากที่สอง…อยากช่วยเหลือครอบครัว ช่วยแม่ให้สบายๆ
อยากที่สาม…อยากทำให้ประเทศที่เป็นบ้านเกิดมันก้าวไปข้างหน้ากับเขาเสียที

ผมคิดว่าจบมาแล้วจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง…
และบอกกับตัวเองว่า…กูต้องมีเงินล้านให้ได้ตอนอายุ 30…

จนทุกวันนี้ 50 แล้วยังมีไม่ถึงแสน…
เงินมันไม่งอก…ดันไปขึ้นที่หัวผมเอง (ฮา..ฮา..)
ตอนนี้ขึ้นมาหลักแสนแล้ว…(หงอก)

ช่วงที่เรียนผมชอบซื้อหนังสือมาอ่าน วันหนึ่งช่วงซัมเมอร์ไม่รู้อะไรมาดลใจ…ให้ผมเจอหนังสือชุดพ่อรวย สอนลูกโดยบังเอิญ…
เล่มที่ผมได้อ่านตอนนั้นชื่อหนังสือ…เกษียณเร็ว เกษียณรวย…ของโรเบิร์ต คิโยซากิ

ผมชอบมาก ไฟลุกท่วม คิดอย่างเดียว…กูทำได้
ขนาดโรเบิร์ต เริ่มจากเป็นหนี้ ไม่มีที่ซุกหัวนอน…ยังเป็นเศรษฐีได้เลย!

เล่าให้แม่ฟัง…
แม่ตอบกลับมาหน้าหงาย “อย่าเพ้อ”

กลับไปหลังบ้านนั่งขำคนเดียว…หรือแม่กูพูดจริงวะ…
แต่ผมเป็นพวกมีความเชื่อฝังใจว่า…
“ตราบใดที่เป็นมนุษย์ คำว่า “ไม่ได้” ไม่มี..เมื่อตั้งใจ“

คุณใช่มั๊ย! ที่ทำเครือข่ายแล้วล้มเหลว!

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

ทุกคนที่ทำธุรกิจเครือข่าย..ไม่อยากเจอกับคำว่า “ล้มเหลว” แต่ทำไม? จึงมักจะเจออยู่เสมอ เช่นเดียวกับผม..

เมื่อ 2-3 ปี ที่ผ่านมา ผมได้ประสบกับความล้มเหลว ครั้งใหญ่ในชีวิต.. สาเหตุเป็นเพราะว่า..ได้ตัดสินใจลงทุนสร้างธุรกิจเครือข่ายด้วยเงินจำนวน 6 หลัก โดยใช้วิธีการทำแบบผิดๆ เวลาผ่านไป..ผลลัพธ์ที่ได้คือ..หมดตัว! และเป็นหนี้มากกว่า 300,000 บาท

และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้นักธุรกิจพบกับความล้มเหลว!

“คน 99% เจ็บปวด..และล้มเหลว กับ MLM เพราะ..”

* พวกเขาไม่มีผู้มุ่งหวังให้คุยมากพอ

* พวกเขาไม่รู้วิธีทำให้คนเข้ามาในเว็บไซต์ และสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวังชั้นเลิศ

* พวกเขาไม่ได้รับการฝึกสอนเทคนิคการทำธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ทั้งแบบ ออฟ ไลน์ และ ออนไลน์

* พวกเขาไม่มีระบบรับสมัครคน ที่จะสามารถทำให้ sponser คนได้

* พวกเขาไม่มีระบบ ที่จะรักษาความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว

* พวกเขาไม่ได้เลือกทำธุรกิจที่ใช่!..ในเวลาที่ถูกต้อง!

ประเทศไทยมีประชากร 60 กว่าล้านคน มันเป็นไม่ได้อยู่แล้วที่เราจะรู้จักทุกคน ยกเว้น ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือคนที่เรารู้จัก เท่านั้น นับดูแล้วถึง 50 คนหรือปล่าว แล้วคนอีกเป็นล้าน ที่เราไม่รู้จัก มันจึงเป็นเรื่องยากมาก ที่เราจะมีผู้มุ่งหวังในมือ (ไม่รู้จักใคร..ก็ไม่มีใครให้ชวน)

แล้วอย่างนี้..จะให้ประสบความสำเร็จได้ อย่างไร รู้จักคนยังไม่ถึง 50 เลย แล้วไอ้คนที่เรารู้จักน่ะ เขาจะมาทำกับเรามั๊ย พอเราไปชวน..เขาก็บอกว่า “มึงไปทำให้รวยก่อนเถอะ เดี๋ยวกูค่อยทำ” ประโยคนี้ ทุกคนที่ทำเครือข่ายต้องเจอ!..(ห้ามโกหกตัวเองนะ..ผมเจอจนชินชาแล้ว ฮา..ฮา)

แล้วอีกอย่างนะ พอเราเข้าร่วมทำธุรกิจแล้ว ก็เจอแต่อัฟไลน์ ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ในการที่จะนำพาเราให้ประสบความสำเร็จได้ อย่างเช่น เทคนิคการทำงาน ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว เราต้องคิดเอง ทำเองหมด จริงอยู่ที่เขาบอกว่า “อย่าคอยอัฟไลน์” ผมไม่เคยคอยอัพไลน์อยู่แล้ว และไม่สนใจด้วยว่า อัพไลน์ คือใคร! แต่..คุณอย่าลืมนะว่า การที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ มันต้องทำกันเป็นทีม เหมือนนกไง เวลามันจะบินไปไหน มันยังบินไปเป็นฝูงเลย..จริงมั๊ยครับ

การเลือกทำเครือข่ายก็เช่นเดียวกัน เราไม่ศึกษาให้ถ่องแท้ว่า พื้นหลังของบริษัทเป็นอย่างไร มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน แค่มองว่า แผนการตลาดจ่ายให้เยอะ พอทำๆ ไป ก็เปลี่ยนแผนซะงั้น ทำให้เราต้องหยุดชะงัก มันเป็นอะไรที่ “โคตร” เบื่อสุดๆ ทีมงานเราอุตส่าห์สร้างมาเป็นพันๆ คน ต้องล้มไม่เป็นท่า และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ หลายๆ คน เบื่อหน่ายกับขายตรง แต่ให้เบื่ออย่างไร ก็ยังมาทำเครือข่ายอยู่ดี ฮา..ฮา..เพราะว่าธุรกิจเครือข่ายมันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ แต่คุณต้องทำให้ถูกวิธีนะ!

ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ มันมีเทคนิคและวิธีการของมัน!  http://suwit99.weebly.com/

ไฮเทค!..ไฮทัช!

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

ทุกวันนี้..การนำเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจ ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเราจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม.. ส่วนมากจะใช้เทคโนโลยีช่วยทั้งนั้น มันจะทำให้การทำงานนั้น เร็วขึ้น..ง่ายขึ้น..ประหยัดเวลา..ฯลฯ

การนำเทคโนโลยี หรือ “ไฮเทค” มาใช้กับธุรกิจเครือข่าย..มันดีอย่างไร?

ในส่วนของเทคโนโลยี

สามารถดึงดูดผู้มุ่งหวังได้ โดยการสร้างรายชื่อจากอินเตอร์เน็ท
การสร้างความสัมพันธ์ จากที่ต้องไปหาที่บ้าน ก็เปลี่ยนมาเป็นการส่งอีเมล์แทน
การฝึกสอนหรือเทรนนิ่ง หลายๆ ครั้ง หลายๆ ที่ ก็เปลี่ยนมาทำครั้งเดียว คือการประชุมทางออนไลน์
สามารถโปรโมทตัวคุณเองทางเว็บไซต์ โดยการเขียนบทความที่มีคุณค่า

ในส่วนของตัวเรา

สามารถกำหนดเวลาทำได้ ขึ้นอยู่กับความพอใจของเรา
ไม่เหนื่อย..ไม่ต้องง้อคน..ไม่ต้องเจอกับปัญหา
ประหยัดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง
คุณจะทำธุรกิจอะไรก็ได้
มีเวลามากขึ้น
ใช้เวลาทำน้อย
ไม่ต้องออกจากบ้าน..หรือทำที่ไหนก็ได้

แต่..การทำด้วยเทคโนโลยีอย่างเดียว มันก็ใช่ว่า..จะสำเร็จกันทุกคน มันต้องเอา “ไฮทัช” เข้ามาช่วยด้วย เพราะว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม..ยังต้องการอยู่กันเป็นกลุ่ม เป็นพวก..ต้องการ การดูแลเอาใจใส่..ต้องการกำลังใจอยู่เสมอ เราต้องใช้ ไฮเทค กับ ไฮทัช ผสมกัน ถ้าคุณทำได้อย่างนี้..มันจะทำให้คุณสำเร็จอย่างรวดเร็ว!  http://suwit99.weebly.com/

เลิกซื้อ”พ่อรวยสอนลูก” เถอะ! ถ้าคุณยังทำ MLM แบบเดิมๆอยู่

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง
วันนี้เราจะมาพูดถึงการทำธุรกิจแบบเดิมๆ กัน..ว่าเหตุใดถึงไม่มีผู้ประสบความสำเร็จในวงการธุรกิจเครือข่าย ผมมีประสบการณ์เครือข่ายมาแล้วมากกว่า 5 ปี แต่..ทำไม่เคยประสบความสำเร็จเลย ถูกแม่ทีมสอนให้ทำแบบวิธีที่ผิดๆ มาตลอด นั่นก็คือ..
1. ออกชวนคน..โดยการวิ่งไปถึงบ้านผู้มุ่งหวัง
2. พาไปเยี่ยมบริษัท..โดยการวิ่งไปรับ – ไปส่งทุกคน พากินข้าว..คือทุกอย่างฟรีหมด เพราะเราเป็นคนออกเอง
3. สำรองสินค้าให้กับทีมงานก่อน
4. support เงินให้ทีมงานก่อน (กลัวเขาไม่ทำ)
ทุกข้อที่กล่าวมานี้ จะทำให้เรามีค่าใช้จ่ายสูงมาก ได้ค่าคอมมิชชั่นมาก็ไม่เหลือ พอค่าใช้จ่ายสูง เงินที่ได้มาก็เริ่มไม่พอ ถึงจะได้มาเป็นแสนก็หมด..พอเงินหมดก็ท้อ..พอท้อก็เลิกทำ..พอเลิกทำก็ส่งผลให้ไม่สำเร็จ
และนี่คือเหตุผล..ว่าทำไมนักธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่จึงล้มเหลว!
ก็เพราะว่า..ทุกคนยังทำแบบวิธีเดิมๆ อยู่ ถูกสอนกันมาอย่างนี้นานแล้ว มันฝังอยู่ในหัวแล้ว..
ทำไม..เราไม่คิดหาเปลี่ยนวิธีการทำดูบ้างล่ะ ในเมื่อไอ้วิธีเดิมๆ มันทำให้เราล้มแล้ว..ล้มอีก
และตอนนี้..ผมก็พบวิธีที่จะทำให้พวกคุณประสบความสำเร็จแล้ว!
นั่นก็คือ..การทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์อย่างไรล่ะ
ถ้าคุณอยากรู้ว่า..วิธีการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์..ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร  http://suwit99.weebly.com/

ใครไม่ทำออนไลน์ เค้าว่า..เช๊ย..เชย!

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

เห็นหัวข้อบทความนี้หรือยังครับ ..ใช่..ในยุคนี้ใครไม่ทำออนไลน์..ไม่ได้เชยธรรมดานะ..

โคตรเชยเลย..เพราะว่าอะไร..เพราะว่าโลกมันถูกพัฒนาไปไกลแล้ว และโลกของออนไลน์ มันก็กว้างมากด้วย เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ เขาหันมาทำออนไลน์กันหมดแล้ว เหลือแต่รุ่นเรา ที่ยังงมโขล่งอยู่กับความล้าหลังและล้มเหลวไม่มีวันจบสิ้น เพราะไปชวนแต่คนเดิมๆ ที่ยังไม่พัฒนาตัวเองให้ทันโลก (เริ่มแวะเข้าขายตรงอีกแล้ว..คนมันมีประสบการณ์เยอะ)

ผมเนี๊ยะนะ..จะบอกให้ฟัง ผมไม่มีความรู้พื้นฐานทางคอมพิวเตอร์เลย..แต่ผมอยากรู้ว่าโลกของออนไล์เขาทำักันอย่างไร ผมก็พยายามนั่งงมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทุกวัน ถามภรรยาบ้าง..ถามลูกบ้าง จนตอนนี้นะเหรอ..อย่าให้บอก..มีอีเมล์เป็นของตัวเอง..เป็นสิบ แล้วเฟสบุ๊ค เฟสแบ็ค อะไรนั่นน่ะ..มีตั้ง 2-3 หน้า ขอบอก..แฟน เพียบ!

มันเลยทำให้ผมอยู่ในโลกกว้าง..รู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้ (โดยเฉพาะเพื่อนรุ่นเดียวกัน) พอผมไปเยี่ยมบ้านทีไร..ผมก็จะเอาโน๊ตบุ๊คไปด้วย นั่งคุยกับเพื่อนไป..เล่นเฟสไป จนเพื่อนมันแซว (แหม..มึงนี่นะหร่อยจัง!) คนใต้ครับ..พูดแบบนี้..ฮา..ฮา..

ผมจะยกตัวอย่างน้องคนหนึ่งให้ฟัง..เขาเป็นเด็กใต้ แล้วก็เก่งออนไลน์มาก เขาชื่อ “น้องแก้ว” อาชีพหลักของเขาก็คือ เลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อขาย แล้วก็ทำธุรกิจทางออนไลน์ด้วย วันๆ หนึ่งเขาไม่ได้ออกไปไหนเลย อยู่กับเล้าไก่แล้วก็หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน แค่นั้นแหล่ะ! เขามีรายได้เป็นแสนต่อเดือน โดยที่ไม่ต้องออกจากบ้าน ถามว่า..ทำไม? เขาถึงอยู่ได้ เป็นผม..ผมก็อยู่ได้ เพราะว่ามันไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย หรือมีน้อยมาก.. นี่คือพลังของธุรกิจออนไลน์อย่างไรล่ะ

เอาล่ะ..บางท่านก็อยากจะถามแล้วว่า..”แล้วจะให้ฉันขายอะไรดี หรือทำธุรกิจอะไรดี”

อย่างแรกเลย..คุณก็ต้องเลือกธุรกิจที่ใช่ก่อน..เช่น

1. สามารถทำทางออนไลน์ได้

2. สินค้าซื้อง่ายขายคล่อง

3. สินค้าเป็นที่นิยมของผู้บริโภค และที่สำคัญ ต้องเป็นสินค้าที่ทำให้ผู้บริโภคซื้อซ้ำบ่อยๆ

4. บริษัทมีความมั่นคงและต้องชัดเจน..ในทุกเรื่อง! เพราะว่าคุณจะได้ทั้งเอาไป “ขาย “และ “ขยาย”

..ถ้าคุณไปเจอทั้งบริษัทดี..แล้วก็แม่ทีมดี..มีวิธีการให้เราทำด้วยแล้วล่ะก็..เจ๋ง!  http://suwit99.weebly.com/

เคล็ดไม่ลับ..สำหรับคนที่ไม่อยากประสบความสำเร็จ!

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

สำหรับวันนี้ผมจะมาเปิดเผยความจริงบางอย่าง..ซึ่งผมเรียนรู้ด้วยตัวของผมเอง..

ผมถามคุณก่อนครับว่า..คุณอยากรวยมั๊ย? ถ้าคุณอยากรวย..คุณต้องทำเครือข่าย! แอ๊ะ..แล้วทำไมถึงต้องทำเครือข่าย ทำอย่างอื่นไม่ได้เหรอ..เดี๋ยวผมจะบอกให้ฟังว่า..ทำไมต้องเครือข่าย

คุณเคยได้ยินคำนี้มั๊ย..”คุณรวยกำลังมองหาเครือข่าย..แต่คนทั่วไปกำลังมองหางานทำ” ไม่ใช่ “คนจนเล่นหวย..คนรวยเล่นหุ้น” นะครับ..ฮา..ฮา..คำๆ นี้ ผมเอามาจากในหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก” นั่นเอง ซึ่งมันเป็นความจริงซะด้วย คุณเคยคิดมั๊ยว่า..ทำไมไอ้คนที่มันทำแฟรนไชน์ หรือเครือข่าย เขาถึงรวยกันนัก อย่างเช่น เซเว่น อีเลฟเว่น เปิดเป็นพันสาขา ทั่วประเทศ ขอให้มีเซเว่นเถอะ..ที่ไหน ที่นั่น คนแห่เข้ากันตรึม, หรือ พวกชายสี่ หมี่เกี๊ยวทั้งหลายแหล่..คนก็แห่กันไปกิน..ข้าวมันไก่ห้าดาว เอย..ไก่ย่างห้าดาว..หมูห้าดาว แอ๊ะ มีด้วยเหรอ..ฮา..ฮา..อ้อ!มีซิ แต่เป็นร้านขายหมูสด..ชื่อร้านหมูวรรณา..ร้านหมูสมนึก เห็นมั๊ยว่า เขาทำเป็นแฟรนไชน์กันทั้งน๊าน..แล้วทำกันเยอะด้วย..อะไรก็แล้วแต่ ถ้าทำเป็นแฟรนไชน์ได้..คุณรวย! แต่คนเราน่ะ..มันคิดกันไม่ได้ จ้องแต่จะไปเป็นลูกจ้างเขา ไปกินเงินเดือนเขา เราก็เลยไม่รวยสักที

ผมจะยกตัวอย่างของผมให้ฟัง..

เมื่อ 5-6 ปี ที่แล้ว ผมมีร้านนวดแผนไทยกับร้านเสริมสวยที่หัวหิน (คุณคงคิดซินะว่า ผมคงรวยน่าดู) ใช่..รวยอยู่ 3 เดือน อีก 9 เดือน อดเกือบตาย! ก็เพราะว่ามันมีหน้าไฮท์ กับหน้าโลว์นะซิ บางคนสงสัยว่าทำไมมันมีหน้าไฮท์กับโลว์

ไฮท์ คือช่วงที่ฝรั่งเขามาเที่ยวกันเยอะๆ

โลว์ คือช่วงที่ฝรั่งเขากลับบ้านกันยังงัยล่ะ นี่คือที่มาของ ไฮท์กับโลว์

จากประสบการณ์ทำให้ผมกับภรรยาเปลี่ยนความคิดทันที หันมาจับธุรกิจเครือข่ายอีกครั้ง

ทำธุรกิจน้องซันประมาณ 8 เดือน ปรากฏว่า..ฟลุ๊ค..กลายเป็นเศรษฐีชั่วคราว ต่อมาได้ไปจับอีกธุรกิจหนึ่ง..ทีนี้ลงทุนด้วยเงินจำนวน 6 หลัก (กำลังมีตังค์) ผ่านไป 1 ปี ผลสุดท้าย ไปไม่รอด..เพราะหมดเงิน..หมดตัว..หมดอาลัยตายอยาก..ฯลฯ

มันเป็นเพราะอะไร?

เพราะผมทำผิดวิธีงัย..เปลี่ยนบริษัท..แต่ไม่เปลี่ยนวิธีการทำ..

อ้าว..แล้วทำไมคนที่เขาทำแฟรนไชน์ เขารวยล่ะ แต่ทำไมผมถึงล้มเหลว เพราะเขาไม่ได้ลงมือทำเองงัย..ถึงบางอ้อ หรือยังครับ

ผมบอกให้คุณทำเครือข่าย..แต่อย่าทำแบบวิธีเดิมๆ ให้เปลี่ยนวิธีการทำซะ..ไอ้วิธีเก่าๆ ที่วิ่งทำกันจนหัวปัก..หัวปำ น่ะ..เลิกซะ จากที่เราต้องออกจากบ้าน..ก็ไ่่ม่ต้องออก จากที่เราต้องวิ่ง..ก็ไม่ต้องวิ่ง

ใช่แล้ว..มันคือ ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์นั่นเองครับ..และนี่คือเหตุผลที่ผมหยุดวิ่ง (เพราะวิ่งมาจนรถพังเป็นคันๆ แล้ว)..หยุดทุกอย่าง แล้วนั่งศึกษาใหม่..แล้วผมก็ค้นพบวิธีจนได้ (ถ้าเงินไม่หมดก็ยังคงทำแบบวิธีเดิมๆ อยู่..ฮา..ฮา)

และเมื่อคุณเรียนรู้มันแล้ว คุณอยากทำอะไรล่ะ..คุณจะเป็นตัวของตัวเอง
  http://suwit99.weebly.com/

ปัญหาอยู่ที่ใคร?? (ในเครือข่าย)

สวัสดีครับ..ผม สวิทย์ คงเพ็ง
วันนี้ ที่หัวหิน โดนพายุถล่มครับ..ต่อให้ถล่มยังงัย..จัยผมก็ยังอยู่..ฮ่า..ฮ่า หลายวันแล้วที่ผมไม่ได้เขียนบทความ
วันนี้..ผมก็มีนิทานมาเล่าให้ฟัง..อ่านแล้วอาจจะเป็นข้อคิดดีๆ ก็ได้ครับ

ชายคนหนึ่งเป็นห่วงอาการทางหูของภรรยาจึงพาเธอไปปรึกษาแพทย์

“มันกำลังจะแย่แล้วจริงๆ” เขากล่าว

“แย่ขนาดไหน” แพทย์ถาม

“ไม่รู้สิ” เขาตอบ

แพทย์จึงแนะนำให้เขาทำดังนี้

“เวลา คุณกลับบ้าน คุณลองเรียกเธอจากประตูหน้าบ้านดู จากนั้นจึงขยับไปเรียกเธอที่

นอกห้องของเธอ สุดท้ายเข้าไปหาเธอแล้วเรียกเธอใกล้ๆ ด้วยวิธีนี้จะรู้ได้ว่า อาการหรือ

ปัญหาการได้ยินของเธอหนักหนาแค่ไหน”

ดังนั้นเมื่อชายผู้นี้กลับถึงบ้าน เขาจึงเรียกเธอจากประตูหน้าบ้าน

“ที่รัก อาหารเย็นเสร็จหรือยังจ้ะ?”

เขาไม่ได้ยินเสียงตอบ เขาจึงเดินเข้าไปหยุดที่หน้าประตูห้องของเธอแล้วเริ่มถามอีกครั้ง

“ที่รัก อาหารเย็นเสร็จหรือยังจ้ะ?”

ยังไม่มีเสียงตอบกลับมาเช่นเคย ท้ายที่สุดเขาเข้าไปหาเธอแล้วพูดกรอกหูเธอว่า

“ที่รัก อาหารเย็นเสร็จหรือยังจ้ะ?”

ผู้เป็นภรรยามองหน้าเขาแล้วพูดว่า

“นี่เป็นครั้งที่สามแล้วนะที่ฉันตอบคุณว่า เสร็จตั้งนานแล้ว!!”

เรื่อง นี้สอนให้รู้ว่า เรามักจะคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ที่ผู้อื่นก่อนเสมอ โดยลืม

คิดไปว่า แท้จริงแล้วปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาจอยู่ที่เราก็เป็นได้!!
http://suwit99.weebly.com/

ประสบการณ์ของคน (ขายตรง)..ยิ่งกว่านิยายน้ำเน่า!

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

..ถ้าคุณกำลังทำธุรกิจอะไรสักอย่าง มีมั๊ย..ที่คุณทำทันที ทันใด โดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดีก่อน หรือเรียนรู้ก่อน น้อยมากนะครับ ที่จะคิดทัน ส่วนมากไม่ทันคิด ถึงได้ล้มแล้วล้มอีก..ฮา..ฮา แต่ความล้มเหลวนั้นก็คือความสำเร็จนะครับ เพราะว่าความล้มเหลว มันจะสอนเรา และจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ไม่ย่อท้อ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเรียนรู้เสมอ

..หากเราคิดจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน แต่เราอยากสำเร็จเหมือนคนอื่นเค้า เราจะต้อง “เรียนก่อนที่จะรู้ รู้ก่อนที่จะทำ” ต้องศึกษา ต้องวางแผน ต้องฝึกฝน ต้องเข้าใจในสิ่งนั้นอย่างถ่องแท้และถูกต้องก่อน จึงค่อยลงมือทำ ผลที่ได้รับย่อมมีความผิดพลาดน้อยลง และโอกาสของความสำเร็จย่อมสูงขึ่้นตามไปด้วย

..และแต่ละคนก็มีวิธี “การทำที่ต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน” นั่นคือ ความสำเร็จ ถูกต้องมั๊ยครับ ผมจะยกตัวอย่างการทำเครือข่าย หรือขายตรงนี่แหล่ะ ที่คนทั่วไปนิยมทำกันมาก แต่สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง เพราะมันมีวิธีการทำที่แตกต่างกัน อย่างผม..การทำเครือข่าย ผมก็มีวิธีการทำของผม ส่วนคุณ..ก็มีวิธีการทำของคุณ วิถีชีวิตหรือแนวคิดของแต่ละคนล้วนมีความต่าง ขนาดความคิด..ยังคิดไม่เหมือนกันเลย แต่สุดท้ายแล้ว เป้าหมายของทุกคนก็คือ ความสำเร็จ และความสุขเช่นเดียวกัน

..แต่ถึงอย่างไร ความคิดก็สำคัญ ถ้าเรา “หยุดคิด ชีวิตก็จะล้าหลัง” ผมเป็นคนที่ชอบคิด ชอบฝัน อยู่ตลอดเวลา ผมมีความสุขกับการจินตนาการไปเรื่อยๆ อย่างมีเหตุผล เมื่อใดที่เราหยุดคิด หยุดฝัน หยุดทำ ความก้าวหน้าก็จะไม่เกิดขึ้น และอนาคตของชีวิตเราก็จะล้าหลังไม่ทันคนอื่น

..แล้วเราจะต้อง “มองให้ไกล ไปให้ถึง” มุ่งหน้าไปสู่ปลายทางด้วยความรอบคอบ จุดหมายนั้นย่อมไม่ไกลเกินฝัน

..ในบางครั้ง ผมก็มีท้อแท้ในชีวิตเหมือนกันว่า ทำไมชีวิต เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง แก้ปัญหาไม่ได้ แต่ผมก็ “ไม่ยอมแพ้ ถ้ายังมีโอกาส” เมื่อโอกาสนั้นหวนกลับมาอีกครั้ง จงใช้ความพยายามให้ถึงที่สุด อย่าล้มเลิกกลางคัน!

..ถึงเหน็ดเหนื่อย แต่ใจ ไม่เคยท้อ

..ถึงย่ำแย่ เพียงใด ไม่เคยบ่น

..ลิขิตฟ้า หรือจะสู้ มานะคน

..ถ้าเริ่มต้น ด้วยหัวใจ จะไม่แพ้

ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!

เคล็ดลับของ ไชยา มิตรชัย..สู่คน..ไม่ธรรมดา

 สวัดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

“ไม่ธรรมดา..อ๊ะฮ๊า..ไม่ธรรมดา” นี่คือเพลง “ไม่ธรรมดา” ของไชยา มิตรชัย

..ถ้าคุณอยากทำเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จ และอยากเป็นคนที่ไม่ธรรมดา

..เชิญอ่านเคล็ดลับนี้ดูครับ

เคล็ดลับที่ 1..คุณเป็นนายตัวเอง

ขณะนี้ คุณเป็นเจ้าของธุรกิจไม่ใช่ลูกจ้าง ซึ่งหมายความว่า คุณสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ คุณเป็นผู้กำหนด จะหนักหรือเบาเท่าที่คุณต้องการ ไม่มีขอบเขต ไม่มีกฏเกณฑ์ใดๆ มาบังคับ คุณอาจจะต้องปรับตัวบ้างจากความเคยชิน ที่เคยทำงานเป็นลูกจ้าง แต่ตอนนี้ คุณคือเจ้าของธุรกิจ คุณต้องปรับเปลี่ยนความคิดและทัศนคติเสียใหม่ (คิดบวก) เพราะฉะนั้นถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จ คุณต้องเตรียมตัวที่จะทำงานหนักอย่างชาญฉลาด

เคล็ดลับที่ 2..ความสำเ้ร็จของผู้อื่น คือเส้นทางความสำเร็จของคุณ

ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จ คุณต้องช่วยให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จ เพียงคุณช่วยให้ทีมงานของคุณประสบความสำเร็จมากเท่าไร คุณจะประสบความสำเร็จมากเท่านั้น จากผู้ให้กลายเป็นผู้รับ และคุณต้องรักษาเส้นทางความฝัน แปรเปลี่ยนให้เป็นเป้าหมาย

เคล็ดลับที่ 3..เปลี่ยนความกลัวให้เป็นพลังและความกล้า

คุณไม่สามารถปิดบังความจริงที่ว่า คนเราทุกคนมีความกลัว กลัวนั้น กลัวนี่ และสำหรับธุรกิจเครือข่ายก็เช่นกัน มีคนมากมายที่รู้ว่าศักยภาพอันมหาศาลของธุรกิจเครือข่ายคืออะไร แต่ไม่ยอมลงมือทำ อุปสรรคสำคัญ คือ ความกลัว กลัวว่าจะล้มเหลว กลัวว่าจะมองดูไม่ดี กลัวว่าจะถูกเยาะเ้ย้ย ถ้าทำไม่สำเร็จ ความกลัวจะเกิดขึ้น เมื่อความเชื่อของคุณไม่เข้มแข็ง ความกลัวเหล่านี้จะหายไปทันที ถ้าคุณมี “ความเชื่อ”

เคล็ดลับที่ 4..เปิดโอกาสให้กับตัวเอง

เปิดทางเอาไว้เสมอ คุณอาจรู้สึำกอึดอัด เมื่อมีคุณปฏิเสธที่ร่วมธุรกิจกับคุณ หรือคุณอาจโกรธที่ถูกปฏิเสธ มันเป็นธรรมชาติของธุรกิจนี้ มีทั้งคนที่เห็นด้วยและคนไม่เห็นด้วย แล้วคุณมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้เขาเข้าใจ และเห็นโอกาสทางธุรกิจ คุณต้องเปิดโอกาสและเปิดทางเอาไว้ก่อน ในเมื่อเขาไม่เห็นด้วยในวันนี้ก็ไม่เป็นไร พยายามทำีดีกับเขา แสดงออกอย่างจริงใจถึงความปรารถนาดี บอกข่าวดีเกี่ยวกับธุรกิจ (ตื้อ! เท่านั้นที่ครองโลก..ฮา..ฮา..)

เคล็ดลับที่ 5..มองให้ออกว่า ใครเป็นผู้ชนะ

สิ่งที่น่าเสียใจที่สุด สำหรับนักธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่ คือ การที่เขาเสียเวลาไปกับคนที่ไม่น่าทุ่มเทให้ จงยอมรับความจริงว่า คนบางคนนั้นอาจจะไม่ยอมทำธุรกิจนี้เลย ไม่ว่าคุณจะพยายามด้วยวิธีใดก็ตาม ถึงแม้ว่าเขาได้เข้าร่วมธุรกิจแล้ว พวกเขาก็ไม่มีทางจะประสบความสำเร็จได้ คุณควรจะปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เราจำเป็นต้องมองให้ออกว่า ใครที่ฉายแววเป็นผู้ชนะในธุรกิจนี้ มิฉะนั้น มันก็จะเหมือนกับการเข็นครกขึ้นภูเขานั่นแหล่ะ!

เคล็ดลับที่ 6..อยากเป็นพญาอินทรี ก็ต้องอยู่รวมกับพญาอินทรี

จงเข้าสังคมกับกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จ หากคุณต้องการเป็นพญาอินทรี ก็ต้องอยู่รวมกับพญาอินทรี ไม่ใช่ไปอยู่รวมกับพวกลูกไก่ อยู่ใกล้ๆ คนที่ประสบความสำเร็จแล้วคุณจะมีพลัง

เคล็ดลับที่ 7..อย่าล้มเลิก

หากคุณต้องการประสบความสำเร็จ คุณต้องเพียรพยายาม ธุรกิจของคุณอาจดูเหมือนจะเติบโตไปอย่างช้าๆ ในตอนแรก อย่าทำผิดอย่างมหันต์ด้วยการ “ยกธงขาว” มันต้องใช้ระยะเวลาสักหน่อยกว่าจะลงตัว สิ่งที่จะทำให้คุณสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย จะต้องไม่ท้อถอยและไม่ล้มเลิก!  http://suwit99.weebly.com/

เวลากับการตัดสินใจ..ในเส้นทางขายตรง!

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

การผลัดวันประกันพรุ่งย่อมปล้น..โชคลาภ..ไปจากคุณ! ข้อเท็จจริงที่

เด่นที่สุดก็คือ ไม่มีผู้นำที่ยิ่งใหญ่คนใดได้ชื่อว่าเป็นคนผลัดวันประกันพรุ่ง

คุณจะต้องเป็นผู้โชคดีอย่างไม่ต้องสงสัย หากความทะเยอทะยานของคุณ

ได้ผลักดันให้คุณทำงานด้วยความมุ่งมั่น โดยไม่ยอมให้คุณลังเลใจ หรือ

ล่าถอย

หลังจากที่คุณได้ตัดสินใจที่จะบุกไปข้างหน้า แต่ละวินาที ขณะที่เข็มนาฬิกา

ขยับเคลื่อนที่ไปนั้น เวลากำลังวิ่งแข่งกับคุณ ความลังเลใจ ย่อมหมายถึง

ความพ่ายแพ้ เนื่องจากไม่มีใครสามารถเอาเวลาที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้

แม้เพียงวินาทีเดียว!

เวลา คือ ผู้ที่จะเยียวยารักษาบาดแผลของความล้มเหลว และความผิด

หวัง ตลอดจนแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้วให้กลายมาเป็นทุน

ชีวิตเปรียบได้กับกระดานหมากรุก เมื่อผู้เล่นของคุณคือ เวลา ถ้าคุณลังเล

ใจ คุณก็จะถูกกินเรียบ แต่ถ้าคุณรุดหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง คุณอาจจะ

ชนะ

ถ้าหากคุณเป็นคนที่มีการตัดสินใจในวันนี้ แล้วเปลี่ยนการตัดสินใจอีกครั้ง

หนึ่งในวันรุ่งขึ้น คุณได้รับคำทำนายว่าจะล้มเหลว แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะ

มุ่งหน้าไปทางไหน มันมักจะเป็นการดีกว่า ที่คุณจะปิดตาของคุณลงแล้วมุ่ง

ไปในความมืด แทนที่จะหยุดรออยู่กับที่และไม่ได้ก้าวไปทางไหนเลย

วงจรแบบใหน..ที่คนเครือข่ายเลือก?

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

วันนี้ที่ัหัวหิน อากาศครึ้มฟ้า ครึ้มฝน เหมือนฝนจะตก ผมก็เลยไม่ได้ออกไปใหน

เลยนั่งเขียนบทความ..ถ้าคุณชอบบทความของผม กรุณาเข้ามา ติ ชม กันเยอะๆ นะครับ

คนที่ทำเครือข่าย หรือ MLM ถ้าไม่มีวงจรการทำงาน ก็จะสำเร็จได้ยาก เพราะว่า..ไม่รู้ขั้นตอนการฝึกสอนให้ทีมงานเป็นผู้นำ

เมื่อเราไปชวนผู้มุ่งหวังมาร่วมทำธุรกิจ เราจะทำอย่างไร ให้เขาเป็นผู้นำเหมือนกับเรา?

* บอกให้เขารู้ อย่างแรกเลย..เมื่อคุณไปชวนผู้มุ่งหวัง คุณก็ต้องบอกให้เขารู้ก่อนว่า ธุรกิจนี้มันดีอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ บริษัท..สินค้า..แผนการตลาด..วิธีการที่จะทำให้เขาเกษียณโดยเร็ว อันนี้สำคัญ เพราะว่า เขาทำแล้วต้องได้เงิน!

* ทำให้เขาดู พอได้เขามาแล้ว คุณก็ต้องทำให้เขาดูเป็นตัวอย่าง และบอกเขาไปในตัวว่า คุณจะต้องทำอย่างนี้นะ คุณจึงจะสำเร็จ สอนงานให้เขา ทำให้เขาเก็ตให้ได้

* พาให้เขาเห็น เมื่อมีงานอีเว้นต่างๆ ของบริษัทก็ควรที่จะพาเขาไปดู ไปอบรม หรือไปร่วมงานต่างๆ ที่บริษัทจัดขึ้น เขาจะได้ตื่นเต้น และเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

* ฝึกให้เขาเป็น เมื่อเขาเรียนรู้ได้หมดแล้ว ก็ฝึกให้เขาทำเองจนเก่ง เมื่อไม่มีคุณ เขาก็สามารถทำได้

* ดูแลให้เขาสำเร็จ พอมาถึงข้อนี้ คุณก็สามารถปล่อยมือได้ คอยโทรไปให้กำลังใจเขา ดูแลเขา ช่วยเหลือเขา เพราะถ้าเขาสำเร็จ นั่นหมายความว่า คุณก็สำเร็จไปด้วยนั่นเอง

แต่..ส่วนมากนักธุรกิจเครื่อข่ายจะใช้วงจรนี้กัน คือ.. มาชวนทำ..แต่ทำไม่นาน..ก็มักจะโดนทิ้งเสียก่อน..ยังไม่ทันได้เงินเลยอัฟไลน์หนีซะแล้ว..

แล้วก็ไปทำบริษัทใหม่..เอาบริษัทใหม่มาชวนให้ลงทุนอีก..แล้วก็ทิ้งอีก..เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไอ้คนที่ถูกชวนก็ไม่เข็ด! ต่อให้คุณมีเงินมากแค่ใหนคุณก็หมด..แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็จบลงตรงที่ “ล้มเหลวอีกแล้วกู” ..ฮา..ฮา..

แล้วคุณล่ะ..เลือกแบบใหน? http://suwit99.weebly.com/

เหตุผล..ที่ทำให้คุณต้องรวย! (เมื่อทำ MLM)

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

วันนี้..วันที่ 16 ของเดือน (วันแห่งความหวัง)ผมออกไปตลาดหัวหิน..ขณะที่ผมเดินซื้อของอยู่นั้น.. คุณรู้มั้ย เสียงที่ผมได้ยินคืออะไร..
สาธุ! ขอให้งวดนี้ถูกหวยรางวัลที่ 1 ด้วยเถิด..(วันหวยออกครับ ฮา..ฮา..)

แล้วภาพที่ตามมา..ก็คือ แม่ค้าขายหวย เดินมาไม่ต่ำกว่า 5 คน
มันอะไรกันหว่า..แค่กระดาษใบเล็กๆ มันทำให้คนมีความหวังได้มากขนาดนี้เลยหรือ?

เงินไม่สำคัญ.. สำคัญตอนไม่มีเงิน!! (ใช่หรือไม่ใช่)

ลองถามตัวเองดู..หากคุณต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน 1,000 บาท จะขอยืมกับใคร?
..ถ้าเป็น 10,000 บาท ใครจะให้คุณยืมบ้าง?
..และถ้า 100,000 บาท ล่ะ คุณจะไปหาจากไหน?…
เราไม่ได้อยากได้เงิน แต่ทุกอย่างที่เราอยากได้..ล้วนต้องการเงินจากเราทั้งสิ้น

..ความแตกต่างระหว่างรายได้ 10,000 บาท กับ 100,000 บาท ต่อเดือน
..คุณจะมีคุณภาพชีวิตต่างกันมั้ย?
แล้วถ้ารายได้ 100,000 บาท กับ 1,000,000 บาท ต่อเดือน..
..คุณจะใช้ชีวิตต่างกันอย่างไร?

ทั้งหมดนี้คือเรื่องจริงที่ทุกคนรู้..
แต่จะมีสักกี่คนที่กล้าออกมาจากกรอบความคิดของตัวเอง..

“เพียงคุณกล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ คุณก็จะได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้”

หลายคน ก้าวสู่ทำเนียบคนรวย เพราะ..?

**รวยเพราะกินบุญเก่า พ่อแม่รวย ครอบครัวคุณเป็นคนสร้าง แล้วคุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่า คุณจะรักษาความรวยที่คุณไม่ได้สร้างมา ให้ยังคงอยู่ต่อไป

**รวยเพราะลำบากมาก่อน คุณได้ใช้ความสามารถและโอกาสที่คุณได้รับ ทำให้คุณมีอย่างทุกวันนี้

..แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่า วันหนึ่งที่เกิดวิกฤติกับชีวิตคุณ
..คุณจะยังมีสายป่านที่ยาวพอ ให้คุณอยู่ต่อไปได้อย่างคนรวย

แล้วคนที่ยังจนอยู่ล่ะ เกิดจากอะไร..?

**จนเพราะขาดโอกาส แน่นอนว่าหากขาดโอกาส..ความสามารถก็ไร้ผล

**จนเพราะความคิด หากคุณไม่เคยมีความฝันว่าคุณอยากรวย คุณจะไม่มีทางรวย เมื่อคุณไม่เคยกล้าแม้แต่จะคิด การกระทำคุณก็จะไม่เกิด แล้วคุณก็จะใช้ชีวิตจนๆแบบเดิมๆอย่างเคยชิน

คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ..

Q : รวยไปก็เท่านั้นเพราะตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้?
..สุดท้ายเมื่อตายไป สิ่งที่ยังคงอยู่ให้คนข้างหลัง คือสิ่งที่เราสร้างมาทั้งชีวิต
เพราะถึงตัวเราตายแต่คนที่เรารักก็ยังอยู่ แล้วเราอยากให้เค้าสบายหรือลำบาก

Q : รวยแล้วไม่มีความสุข จะมีประโยชน์อะไร?
..ถ้าคุณเป็นคนที่ตื่นมา แล้วต้องคิดว่าวันนี้จะเอาอะไรกิน ชีวิตจะมีความสุขได้อย่างไร

Q : รวยไปทำไม?
..คุณอยากเลี้ยงดูพ่อแม่ ตัวเอง คนที่คุณรัก และลูกของคุณ แบบไหน?
..คุณอยากมีบ้าน มีรถ เป็นของตัวเองมั้ย?
..ถ้าคุณจะซื้อรถสักคัน คุณอยากได้รถญี่ปุ่น หรือรถยุโรป?
..บ้านในฝันของคุณเป็นอย่างไร?
..คุณอยากมีชีวิตแบบสุขสบาย ได้กินอย่างที่คุณอยากกิน ได้เที่ยวที่ๆคุณอยากไปรึป่าว?
..คุณคิดว่าคุณต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ ชีวิตคุณถึงจะปลอดภัยจากสิ่งที่คุณไม่อยากให้เกิดกับคุณและคนที่คุณรัก?

วันนี้..หลายคนยอมเหนื่อยชั่วคราว..เพื่อสบายชั่วโคตร
คุณต้องการเป็นหนึ่งในนั้นหรือไม่..ผมมีคำตอบให้คุณ!  http://suwit99.weebly.com/

ความคิดติดกับดัก..แล้วจะไม่รู้จักความสำเร็จ!

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องความคิดกัน..

โดยทั่วไป ความคิด หมายถึง กิจกรรมทางจิตใจ หรือทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับจิตสำนึกเฉพาะคน หรือกระบวนการคิด หรือลำดับแง่คิด

การคิด ทำให้คนเราสามารถเข้าใจโลกหรือออกแบบชีวิตได้แตกต่างกัน ทั้งยังทำให้นำเสนอ หรือแปลความหมายสิ่งต่างๆ ไปตามความหมายที่เข้าใจ หรือเชื่อมโยงไปถึงความต้องการ ความปรารถนา ข้อผูกมัด วัตถุประสงค์ แผน และเป้าหมาย

ผมจะเปรียบเทียบให้ฟังว่า ความฉลาดของคนเปรียบเสมือนแรงม้าของรถยนต์ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของรถยนต์คันนั้นๆ ไม่ได้ขึ้นกับแรงม้า แต่กลับขึ้นอยู่กับความสามารถในการขับขี่รถยนต์ของแต่ละบุคคล เมื่อคุณมีความฉลาดแล้ว คุณยังจำเป็นที่จะต้องมีความสามารถในการคิด ที่จะนำมาซึ่งการทำงานที่ประสบความสำเร็จ หรือประสิทธิภาพที่ดีของผลงาน

** คนที่คิดว่าตัวเองนั้นฉลาด มักจะใช้ความฉลาดของตน เพื่อที่จะอธิบายมุมมองของตนเอง ยิ่งคนๆ นั้นฉลาดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งอธิบายมันได้ดีมากขึ้นเท่านั้น และนั่นหมายความว่าคนๆ นี้จะยิ่งเข้าใจผิดๆ ว่าไม่มีใครคิดหรือตัดสินใจได้ดีกว่าตนเอง และหากนานเข้าเขาก็จะเริ่มไม่เห็นความสำคัญที่จะต้องสอบถามหาความคิดเห็นของคนอื่นๆ
(ก็ในเมื่อคิดเอาเองว่าตนเองคิดได้ดีที่สุดอยู่แล้ว..แล้วทำไมต้องเอาความคิดเห็นของคนอื่นด้วยเล่า)

** ที่มากไปกว่านั้น คนที่คิดว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่นๆ นั้น ก็จะพยายามหาวิธีใช้ความฉลาดของตนเองให้ได้มากที่สุด ดังนั้นเขาจะพยายามเสาะแสวงหาวิธีการที่เร็วที่สุดเข้าสู่ความต้องการของตนเอง โดยการบอกว่าคนอื่นๆ คิดผิด เพื่อจะให้คนรอบตัวเห็นด้วยกับวิธีคิดของตนเองภายในระยะเวลาอันสั้น

หากคุณ..ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังติดกับดักกับความเก่งของตัวเองแล้ว มันก็ยากยิ่งนักที่จะออกมาจากกับดักได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นผู้บริหาร หรือผู้นำ เขาจะสร้างความลำบากใจให้เพื่อนร่วมงาน เนื่องจากว่า เอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่ จะทำการให้สำเร็จได้ยาก!  http://suwit99.weebly.com/

นิทานสอนคนโรคจิต!..โดยหมอโรคจิต!

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

ขอออกตัวก่อนนะครับว่า..ผมไม่ใช่คนโรคจิตนะ..ฮา..ฮา..

ผมมีนิทานสนุกๆ มาเล่าให้ฟังครับ..

เรื่อง “ลุงมากับพระเจ้า” ลุงมา แกเป็นคนดีมากๆ และเชื่ออย่างสุดจิตสุดใจว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม พระเจ้าจะต้องคุ้มครองคนดีอย่างแกเสมอ แล้วเช้าวันหนึ่งลุงมาก็ได้ยินประกาศจากทางวิทยุว่า จะมีพายุลูกใหญ่พัดเข้ามาในอำเภอที่แกอาศัยอยู่ และทางราชการจะเข้าไปอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ในบ่ายวันนั้น

อีกไม่นานฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก น้ำเริ่มท่วม ทางราชการก็ได้นำรถเข้ามาอพยพชาวบ้านไป แต่ลุงมาแกไม่ไป ด้วยความเชื่อว่า อย่างไรเสียพระเจ้าก็จะคุ้มครองแก เวลาผ่านไป ฝนได้ตกหนักทั้งคืนจนรถยนต์ไม่สามารถเข้ามาได้ เช้าวันที่สอง ลุงมาก็ได้ยินวิทยุประกาศอีกว่า จะมีพายุเข้ามาอีกในช่วงบ่ายนี้ ทางราชการก็ได้นำเรือท้องแบนมารับชาวบ้านออกไป เช่นเดิม..ด้วยความเชื่อในความดีของตัวเอง และความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระเจ้า ลุงมาก็ปฏิเสธอีกที่จะไปด้วย ทั้งๆ ที่แกต้องขึ้นไปอยู่บนขื่อหลังคาบ้านแล้ว

คืนที่สอง ฝนก็ได้ตกหนักอีก จนน้ำท่วมถึงระดับหลังคาบ้าน ในตอนเช้า ลุงมาก็ได้ยินประกาศทางวิทยุอีกว่า จะมีพายุเข้ามาอีกลูกหนึ่ง ไม่นานหลังจากนั้น ลุงมาก็ได้เห็นเฮลิคอปเตอร์ของทางราชการบินลอยลำอยู่เหนือหลังคาบ้าน และคนบนเฮลิคอปเตอร์ก็ได้ย่อนบันไดลงมาให้แกขึ้นไป นี่เป็นครั้งที่สามที่ลุงมาปฏิเสธความช่วยเหลืออีก..ในที่สุด ลุงมาก็ต้องเสียชีวิต เพราะจมน้ำตาย!

เมื่อตายไปลุงมาก็ได้พบกับพระเจ้า จึงต่อว่าพระเจ้าที่ไม่รักษาสัญญา เสียทีที่แกทำดีมาตลอด พระเจ้าจึงได้บอกว่า “ข้าได้พยายามช่วยเจ้าแล้ว ทั้งส่งรถยนต์ไปรับ..ส่งเรือไปรับ..สุดท้าย ก็ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับ แต่เจ้าต่างหากล่ะ ที่ปฏิเสธความช่วยเหลือทั้งหมด แล้วเจ้าจะต้องให้ข้าช่วยอีกสักแค่ไหน เจ้าจึงจะยอมรับ”

ได้อะไรบ้างครับจากนิทานเรื่องนี้ พระเจ้าช่วยคนดีที่ช่วยตัวเองด้วยเท่านั้นครับ เมื่อมีโอกาสดีๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตคุณแล้ว คุณจะลังเลอะไรอยู่ล่ะครับ โอกาสดีๆ บางครั้งอาจจะไม่กลับมาหาคุณอีกแล้วก็ได้

ทำไม? คนที่สำเร็จไม่เป็นคุณ!

 สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

วันนี้อากาศที่หัวหิน ครึ๊มฟ้า..ครึ๊มฝน ไม่มีแดด ฝนตกนิดหน่อย..ก็ดีครับ จะได้ไม่ร้อน

บทความบทนี้..เหมือนจะถามคุณว่า..ทำไม? คนที่สำเร็จถึงไม่เป็นคุณ!..ก็นั่นนะซิ..ทำไมถึงไม่เป็นเรา!..ไอ้เรารึ..ก็อยากจะประสบความสำเร็จเหมือนคนอื่นเค้าจะตาย..

ผมเคยคิดนะ..คนที่สำเร็จเค้าทำกันอย่างไร เค้ามาสมัครก่อนเป็นคนแรกเหรอ (เราก็มาพร้อมเขา) หรือเค้าโชคดีที่มีดาวน์ไลน์ทำงานทั้งซ้ายและขวา (เราก็มีเหมือน) วิธีการทำงาน ก็ทำเหมือนกัน..แต่ทำไมถึงไม่สำเร็จ!

อ่ะ..ที่นี่เราลองย้อนกลับมามองที่ตัวเราเองก่อน..ว่าทำไมถึงไม่สำเร็จ!

เพื่อความสำเร็จแล้ว..คุณคือคนแบบใหน?

ไม่เคยคิดจะทำอะไร ได้แต่มองคนอื่นเขาทำ รอคอยให้คนอื่นมาช่วย..มาทำให้..แล้วอยากจะสำเร็จเหมือนกับเขา บอกได้เลยว่า..ไม่มีทาง!

อยากสำเร็จ แต่ไม่อยากพยายาม อันนี้ก็เหมือนกัน..เหมือนกับคุณที่ขี้เกียจ ไม่ยอมขวนขวาย จะทำอะไรก็ทำแบบไม่จริงจัง อยากเก่ง อยากเป็นผู้นำ..แต่ไม่ยอมศึกษาเรียนรู้ ผลสุดท้าย..ก็ได้เป็นแต่ผู้ตามเขาไปตลอด

ทำลายผู้อื่น เพื่อความสำเร็จของตัวเอง ข้อนี้ไม่ดีเลย..แต่มักจะเจอในวงการเครือข่าย แล้วก็แทบจะทุกบริษัทด้วย (ผมก็เคยโดนมาแล้ว!) เข้าข่ายประเภทอิจฉาคนอื่น กลัวคนอื่นจะไ้ด้ดีกว่า..กลัวเขาสำคัญกว่า..พูดง่ายๆ กลัวคนอื่นเขาเป็น “ซุปเปอร์สตาร์”..ฮา..ฮา..(เปรียบเทียบเอาให้เหมือนดาราเลย)

ไม่สามารถยึดมั่นกับเป้าหมาย โดนดึงความสนใจไปเรื่อย ..ข้อนี้ถ้าจะให้เปรียบ ก็เหมือนกับพวกที่ชอบเปลี่ยนบริษัทบ่อยๆ นั่นแหล่ะ ก็คือ ไม่รู้ว่าเป้าหมายของตัวเองอยู่ตรงไหน ใจโลเล ใครว่าที่ไหนดีก็เฮโลกันไป ทำได้สักพัก ก็ไปอีกแล้ว คุณไม่ศึกษา..แล้วลงมือทำก่อนล่ะ ทุ่มเทกับมันให้สุดๆ ไปเลย ในเมื่อคุณทุ่มทั้งกาย ทุ่มทั้งใจแล้ว..ถ้ามันไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของคุณ..นั่นถึงเวลาแล้ว..ที่คุณจะต้องเปลี่ยน!

โลเลกับการทำสิ่งใหม่ๆ เพราะกลัวความล้มเหลว ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรเลย ให้คุณคิดเสียว่า การทำสิ่งใหม่ๆ มันคือความท้าทาย..ความสามารถของเรา เหมือนผม..ถ้าผมไปเจอธุรกิจหนึ่ง ที่ดีมาก เพอร์เฟ็กหมดทุกอย่าง (แต่อนาคต ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น) ผมก็พร้อมที่จะเสี่ยง ไม่เคยกลัวกับความล้มเหลว..ไม่เคยกลัวกับปัญหา..เผื่อว่ามันดีกว่าเดิมล่ะ..ใครจะไปรู้

ฝ่าฟันทุกอุปสรรค เพื่อให้ถึงความสำเร็จ ข้อนี้แหล่ะ..ใช่เลย ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จ คุณจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้ ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ใช่มีไว้ให้เลิกทำ กว่าเราจะสำเร็จได้ เราจะต้องเจอกับปัญหา โน่น นี่ นั่น 108 ปัญหา แล้วไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร ก็มักจะเจอแต่ปัญหา เหมือนกับว่ามันเป็นเงาตามตัวเลยล่ะ ทำอย่างไรให้ปัญหามันมีน้อยที่สุด..นั่นมันอยู่ที่ตัวคุณ!

เรื่องจริง! ประสบการณ์จริง! ของ..ขั้นตอนสู่ความล้มเหลว!

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ..ที่ได้ติดตามอ่านบทความของผม..ผมหวังว่า มันคงมีประโยชน์สำหรับคุณ ไม่มาก ก็น้อย..เข้ามา ติ..ชม กันให้เยอะๆ นะครับ

เห็นชื่อเรื่องนี้แล้ว อย่าเพิ่งอ่านข้ามไปนะครับ คุณคงคิดว่า..ตัวคุณไม่อยากล้มเหลว เลยไ่่ม่อยากรู้ใช่มั๊ยครับ เชื่อมั๊ยล่ะครับว่า ผม..คุณ..และอีกหลายๆ คน กำลังทำตามขั้นตอนที่ว่่านี้อยู่ มาดูกันหน่อยดีมั๊ยครับว่า ขั้นตอนที่ว่านี้คืออะไร แล้วเรากำลังทำอยู่หรือเปล่า ถ้าทำก็รีบเลิกเสีย

เริ่มแรกที่เข้าสู่ธุรกิจ เราทุกคนคงได้รับคำแนะนำให้ทำงานพื้นฐาน เช่น การแนะนำสินค้า การสปอนเซอร์ การไปประชุมการติดตามดาวไลน์ จนกระทั่งช่วยเหลือดาวไลน์ขยายเครือข่าย และด้วยการทำงานที่ว่านี้ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ความสำเร็จก็ผลิตออกดอก ออกผล มีคนมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย หลังจากนั้นเราก็พัฒนาเข้าสู่ขั้นตอนที่สองต่อไป

ขั้นตอนที่สองก็คือ การเข้าใจว่า เราคือผู้สำเร็จ เราคือผู้นำองค์กร เราคือผู้จัดการ เราคือผู้สอน และยิ่งสอนมากเท่าไหร่ ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งปรบมือให้มากเท่านั้น มีแต่คำชื่นชม มีแต่ความสุข ยิ่งพูดก็ยิ่งสนุก และเมื่อหลงเข้ามาอยู่ในขั้นตอนนี้นานๆ ก็จะลืมและทิ้งงานพื้นฐานส่วนตัวไป เ้ข้าใจผิดไปว่าตัวเองกำลังทำงานอยู่ ยิ่งเราอยู่ในขั้นตอนนี้นานเท่าไหร่ ยอดโดยรวมของเครือข่ายก็จะตกลงๆ ไปเรื่อยๆ ที่นี้ก็พัฒนาเข้าสู่ขั้นตอนที่สาม (โดยไม่รู้ตัวอีกแล้ว)

ขั้นตอนที่สาม เป็นขั้นตอนของการแก้ตัว ก็จะไม่ให้แก้ตัวได้อย่างไรล่ะ ในเมื่อคนรอบข้างเอาแต่ถามว่า “เมื่อไหร่จะประสบความสำเร็จสักที” ถามกันอยู่ได้ทุกวัน ในขณะเดียวกันยอดเราก็ยิ่งตกๆ อยู่ด้วย..แหมมันละเหี่ยใจจริงๆ ในที่สุดก็ต้องแก้ตัวไปพลางๆ ก่อน (ก็คือ..โกหกนั่นแหล่ะ)

ขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นตอนสุดท้ายก็คือ การโทษผู้อื่น เหตุผลที่พอนึกแก้ตัวออกก็ไช้ไปหมดแล้ว ตั้งแต่งานยุ่ง ลูกไม่สบาย ยายท้องเสีย เมียน้อยท้องแก่ สุขภาพก็แย่..ฮา..ฮา.. ในขณะที่แก้ตัวอยู่ ยอดก็ตกไปเรื่อยๆ ดาวไลน์รอบๆ ตัวก็เีีิ่ริ่มตีจากไปทีละคน เห็นจะต้องโทษเป็นความผิดของคนอื่นดีกว่า เริ่มตั้งแต่ อัฟไล์ ไม่ได้เรื่อง การประชุมไม่ตื่นเต้น สินค้าขาดสต๊อคเป็นประจำ ฯลฯ

พิจารณาดูนะครับว่า คุณกำลัง “พัฒนา” และ “หมั่นซ้อม” ขั้นตอนเหล่านี้อยู่บ่อยๆ ทำทุกๆ วันอยู่หรือเปล่า รับรองผลจริงๆนะครับว่า..

..ถ้าไม่รีบเลิก ความล้มเหลวเป็นของคุณแน่นอน!  http://suwit99.weebly.com/

ดักแด้กับผีเสื้อ!!!!!

 สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่อง “ดักแด้” ให้ฟังครับ..พอดีที่บ้านมีต้นพุด แล้วเจ้ากรรม..ดันมีหนอนมากินใบจนโกรนหมดเลย แถมยังกลายเป็นดักแด้อีกแหน่ะ! นี่คือที่มาของ “ดักแด้กับผีเสื้อ”

ธรรมชาติของ “ดักแด้” นั้น จะมีสีเขียว เมื่อมันมีขนาดใหญ่ มันก็มีจะรูปร่างคล้ายนิ้วของเรา มันจะซ่อนตัวอยู่กับกิ่งไม้ และทำตัวให้กลืนกับใบไม้ และมันจะกัดกินใบไม้ไปเรื่อยๆ เหมือนกับว่ามันไม่สนใจ..ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้

ดักแด้มันคงจะค่อยๆ คืบคลานกินใบไม้ไปเรื่อยๆ ถ้ามีคนบอกว่า เฮ๊ย..ไปกินต้นไม้บ้านโน้นซิ ใบอ๊อน..อ่อน หวาน หอม..อร่อย มันคงไม่มีปัญญาไป จนกระทั่งตัวของมันใหญ่ขึ้น เพื่อเฝ้ารอวันแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของมันมัน นั่นก็คือ มันจะเริ่มค่อยๆ แปลงร่างกลายเป็น “ผีเสื้อ” และเมื่อมันเปลี่ยนเป็น ผีเสื้อ มันก็จะสามารถบินได้ บินออกไปไกลๆ เป็นหลายๆ กิโล เพื่อดูโลกที่งดงาม อย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อตอนมันเป็นดักแด้ แต่ตอนนี้กลับไม่มีอุปสรรคอีกต่อไป เมื่อมันเปลี่ยนเป็นผีเสื้อ

มีดักแด้อีกหลายตัวที่ต้องตายไป มันจึงไม่มีโอกาสได้เห็นโลกสวยเหมือนดักแด้ตัวอื่นที่เปลี่ยนเป็นผีเสื้อ โชคดีที่เราไม่ใช่ดักแด้! แต่พวกเราหลายคนก็ทำตัวเหมือนดักแด้ที่คืบคลานไปรอบๆ ตัว ทำอะไรง่ายๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่คิดขวนขวาย ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง ไม่คิดที่จะไปไกลกว่านี้

การเปลี่ยนเป็นผีเสื้อของคนเราก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เปลี่ยนความคิด และเชื่อว่าคุณเปลี่ยนเป็นผีเสื้อได้ บอกตัวเองว่า “คุณเป็นผีเสื้อแล้ว” บอกกับตัวเองบ่อยๆ อยู่ให้ห่างๆ จากพวกดักแด้ ที่พยายามจะบอกคุณว่า “พวกเราคือดักแด้” ไม่ช้าไม่นาน คุณก็จะขยายปีกกลายเ็ป็นผีเสื้อ ที่สามารถทำอะไรก็ได้มากมาย บินไปไกลๆ มากกว่าที่คุณเคยคิดว่า “คุณทำได้” คุณเป็นผีเสื้อจริงๆครับ

..ผมก็เปลี่ยนเป็นผีเสื้อแล้วคร๊าบ..ฮา..ฮา..  http://suwit99.weebly.com/

ธุรกิจเครือข่าย..ที่มีวิญญาณเถ้าแก่!

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

วันนี้ทำจิตใจให้สบาย..สบาย นะครับ อ่านบทความของผมแล้วไม่ต้องเครียด..

บทความ..บทนี้ ผมก็จะให้แนวคิดเกี่ยวกับการทำธุรกิจเครือข่ายครับ ผมเป็นคนที่ชอบฟังคนอื่นเขาเล่า และผมก็ชอบค้นหาอ่านบทความของคนโน้น..คนนี้ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการทำธุรกิจเครือข่ายของผม ก่อนที่จะเข้าเรื่อง..ผมขอถามคุณก่อนนะครับว่า..

ตอนนี้..คุณกำลังทำธุรกิจเครือข่ายอยู่..แต่คุณมีวิญญาณของความเป็นเถ้าแก่หรือเปล่า?

“วิญญาณเถ้าแก่” หรือ “สัญชาติญาณเถ้าแก่” เพราะคนที่มีวิญญาณเถ้าแก่นั้น จะไม่ทำอะไรฉาบฉวย หรือทำอะไรเพียงพอให้พ้นๆ ตัวเป็นครั้งๆ ไป คนที่มีวิญญาณเถ้าแก่ไม่ได้หวังผลเฉพาะหน้าเหมือนพ่อค้าทั่วๆ ไป แต่เล็งผลระยะไกลที่ใหญ่กว่า และถาวรกว่า

คนที่มีวิญญาณเถ้าแก่จะรู้ดีว่า การทำธุรกิจต้องมีขึ้นมีลง จะรู้จักอดทน และทนรอความสำเร็จได้

การทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายก็เหมือนกัน หากคุณไม่มีวิญญาณเถ้าแก่ คุณก็จะไม่มีความคิดที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ และจะไม่มีความอดทนที่จะรอความสำเร็จได้

นักธุรกิจที่มีวิญญาณเถ้าแก่ จะไม่รอให้อัฟไลน์มาช่วย ไม่รอให้ดาวไลน์มาทำ จะพยายามเรียนรู้และฝึกทำงานทุกอย่างให้เป็นด้วยตัวเอง มีสินค้าสาธิตเป็นของตัวเอง ไม่ไปเที่ยวหยิบยืมจากอัฟไลน์อยู่ร่ำไป

นักธุรกิจที่มีวิญญาณเถ้าแก่ จะตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง และมุมานะไปข้างหน้าเสมอ ไม่ท้อถอย ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น จะรู้จักแยกแยะปัญหาส่วนตัวออกจากปัญหาส่วนรวม ไม่ทำอะไรเพียงเพื่อให้เกิดความสำเร็จเฉพาะหน้า หรือแก้ปัญหาเพียงให้พ้นไปวันๆ มองโลกในแง่ดี และเชื่อว่าทุกสิ่ง ทุกอย่างแก้ไขและเป็นไปได้เสมอ

แล้วคุณล่ะ..มีวิญญาณเถ้าแก่หรือยัง?  http://suwit99.weebly.com/

มุมที่คนไม่มอง!!!!!!

สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง


วันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับความสำเร็จมาเล่าให้ทุกท่านฟังครับ..และสามารถนำไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตของเราได้..หรือนำไปปรับใช้กับธุรกิจของเรา..ซึ่งตอนนี้ผมก็ได้นำมาใช้อยู่

ผมเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ ผมเคยเข้าคอร์สเรียนกับท่านมาในหัวข้อเรื่อง “เทคนิคการพัฒนาบุคลิคในการพูด” ผมชอบท่านมาก..และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ท่านพูดเกี่ยวกับความสำเร็จ ผมก็ได้จำท่านมาและนำมาเล่าสู่กันฟัง

ผมจะถามทุกท่านนะครับว่า.. “ความสำเร็จ” มาจากไหนครับ ?

ผมคิดว่าความสำเร็จของคนเรา..

..เป็นเรื่องของ “การเสาะหา” ไม่ใช่ “เกิดมาเป็น”

..เป็นเรื่องของ “การฟันฝ่า” ไม่ใช่เรื่อง “ฟลุ๊คๆ”

..เป็นเรื่องของ “การต่อสู้” ไม่ใช่ “นั่งดูดวง”

..เป็นเรื่องของ “ความเชี่ยวชาญ” ไม่ใช่ “โชคช่วย”

..เป็นเรื่องของ “การฝึกฝน” ไม่ใช่ “บุญหล่นทับ”

..เป็นเรื่องของ “ความสามารถ” ไม่ใช่ “วาสนา”

..เป็นเรื่องของ “พรแสวง” ไม่ใช่ “พรสวรรค์”

แท้ที่จริงแล้ว “ความสำเร็จ” ของคนเราไม่ได้มาจากไหนเลยครับ มันมาจากตัวเองทั้งนั้น ต้องไปเสาะหามา อยู่ๆ มีเองไม่ได้ ต้องต่อสู้ ต้องฟันฝ่า จะมาเผื่อโชค เผื่อฟลุ๊ค เผื่อราชรถมาเกย เดียวรถสิบล้อมันจะมาเกยซิ..ฮา..ฮา บางคนก็นั่งดูดวง ผูกดวง แก้เคล็ด แก้ยอก..อ๊ะ..ไม่ใช่ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบดูหมอ..แต่ภรรยาผมซิมีข่าวลือที่ไหนว่าแม่น..ขอให้บอก พอหมอดูบอกว่า “โชคคุณไม่ดีนะรอไปอีก 2 ปี” ก็กลับมานอนรอ 2 ปี โดยไม่ทำอะไร ตื่นขึ้นมาอีกที คุณอื่นเขาไปถึงไหนแล้ว

ความสำเร็จเป็นเรื่องของ “ฝีมือ” หรือ “ความสามารถ” ไม่ใช่ “วาสนา” หรอกครับ และมีอยู่ 4 ขั้นตอนครับ

1. เก่งงาน

2. เก่งคน

3. เก่งคิด

4. เก่งดำเนินชีวิต

“เก่งงาน” ก็คือทำงานเก่ง ลงมือทำเองทุกอย่าง ลุยด้วยตัวเองตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ เลย อย่างทำธุรกิจก็ทำมันอยู่คนเดียว มันก็ลยไปไม่ถึงไหน..ฮา..ฮา..แต่เมื่อสำเร็จแล้วก็น่้าปลื้มใจ

“เก่งคน” ถึงตอนนี้ได้เป็นแม่ทีม เป็นผู้นำของบริษัท ต้องเปลี่ยนบทบาทจากเดิมเป็นผู้ตาม ไม่ต้องลงมือทำเองแล้ว ถ่ายทอดให้ดาวไลน์ทำเอง คอยให้กำลังใจ หรือถ้าเราเป็นหัวหน้า ก็ใช้ให้ลูกน้องทำ คอยดูแลปกครองบังคับบัญชาเขา ไม่จำเป็นต้องไปทำเอง ส่วนไอ้คนที่เรียนสูงๆ นี่คิดเยอะ เขาเรียกว่า

“เก่งคิด” เปรียบเทียบกับธุรกิจก่อนนะ ไอ้คนที่มีความรู้สูงนี่คิดมาก คิดแล้วคิดอีก จะทำอะไรนิดก็นั่งวิเคราะห์วิจัยอยูนั่นแหล่ะ วิจัยไป วิจัยมา ไม่ทำดีกว่าวะ..ฮา..ฮา.. คนไม่ยอมเสี่ยงแล้วจะมีโอกาสดีได้ยังไงครับ

“เก่งดำเนินชีวิต” แอ๊ะมันเกี่ยวข้องกับความสำเร็จอย่างไร เกี่ยวซิครับ เพราะว่าเมื่อเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันเราก็จะเริ่มเกษียณแล้วนี่ ไม่ควรต้องทำอะไรมาก จะใช้ชีวิตในบั้นปลายให้มีความสุขได้อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องวางแผนไว้..
  http://suwit99.weebly.com/