แนะนำเพือน

เพิ่ม LIKE facebook fanpage ฟรี | เพิ่ม LIKE รูป facebook ฟรี | เพิ่ม Follow Twitter ฟรี

เอาของเขามาเล่าต่อ ทาสพังพอน

สุุวิทย์
   สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

มีครอบครัวหนึ่งซื้อพังพอน

มาเลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังเล็ก พังพอน

เชื่องและน่ารัก สามีภรรยาคู่นี้จึงรักพังพอนมาก อุ้มเล่น กอด หยอกล้ออยู่เสมอ

ต่อมาไม่นาน ภรรยาก็คลอดทารกน้อยเป็นลูกชายหน้าตาน่ารัก พ่อแม่รักลูกปานแก้วตาดวงใจ

ทะนุถนอมลูกเหมือนไข่ในหิน หลังจากคลอดลูกมาแล้วแม่เกิดความวิตกกังวลว่า

เจ้าพังพอนมันจะกัดลูกของตนหรือเปล่า เป็นห่วงลูกอยู่ตลอดเวลา กลัวพังพอนจะกัดลูกตนเอง

เพราะคิดว่าพังพอนอาจจะอิจฉาลูกของตน

วันหนึ่งทั้งสามีและภรรยามีธุระต้องออกไปนอกบ้านทั้งคู่ ในขณะที่ออกจากบ้านแม่ก็คิดว่า 


พังพอนจะกัดลูกหรือเปล่านะ วิตกอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ไม่มีใครอยู่บ้าน 


มีงูเหลือมตัวหนึ่งตัวมันใหญ่มากเลื้อยเข้ามาในบ้าน งูเหลือมตัวนี้มันสามารถกินเป็ด กินไก่ได้เป็นเล้า 


กินหมูเป็นๆ ได้ทั้งตัว พอเจอทารกก็เลื้อยจะเข้าไปกินทารกน้อย พังพอนเห็นงูจะทำร้ายเด็กก็โดดเข้าไป


กัดคองูเหลือมเต็มเขี้ยว พังพอนสู้สุดชีวิต แลกชีวิตต่อชีวิตเพื่อปกป้องเด็กน้อย ลูกรักของเจ้านาย


ทั้งสองสู้กันเป็นพัลวัน พังพอนกัดไม่ปล่อยทั้งที่ตัวเล็กกว่ามาก สุดท้ายพังพอนรวบรวมพลังสุดชีวิตกด


เขี้ยวเต็มแรง เลือดงูพุ่งกระฉูดเต็มตัวพังพอน งูใหญ่ทรุดฮวบทันทีตายคาปากพังพอน


 สักพักแม่กลับมาถึงบ้าน พังพอนดีใจในฐานะที่ทำความดีความชอบ ปกป้องลูกของเจ้านายให้รอดชีวิต 


จากงูร้ายได้ ก็วิ่งไปรับหน้าแม่ที่หน้าบ้าน พอวิ่งไปถึงหน้าบ้านแม่เห็นตัวพังพอนเต็มไปด้วยเลือดก็ตกใจ 


ฉันว่าแล้วแกต้องกัดลูกฉันแน่นอนเลย คิดไว้


ไม่ผิด คว้าไม้หน้าสามกระหนํ่าตีพังพอนเต็มแรง ตีเปรี้ยงๆๆๆ จนแหลกเหลวตายคามือ โดยที่พังพอน


ไม่มีโอกาสได้พูดเลยสักนิดเดียว แม่รีบวิ่งมาดูลูก คิดว่าลูกตายแน่แล้วเพราะถูกพังพอนกัดตาย 


แต่พอมาเห็นลูกก็ตกใจ ลูกนอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข แต่ข้างๆ ตัวลูกมีงูใหญ่นอนตายอยู่


 แม่นึกเสียใจว่าเราทำอะไรลงไป เราได้ทำร้ายทาสผู้ซื่อสัตย์ผู้ที่สละชีวิตปกป้องลูกของเรา 


ผู้ที่ซื่อสัตย์กับเราเสมอมา แม่เสียใจมาก วิ่งไปอุ้มร่างของพังพอนมากอดไว้แนบอก 


ร้องไห้ครํ่าครวญ เอามือเช็ดเลือดจากตัวพังพอน หวังจะให้พังพอนฟื้นขึ้นมาอยู่กับเธออีก แต่ก็สายไป


เสียแล้วพังพอนสิ้นใจตายแล้วในสภาพเนื้อตัวแหลกเหลว     923362_255496807927294_1754626473_n
ดังนั้นท่านทั้งหลายจงจำไว้ว่า บางสิ่งที่เราเห็นหรือสิ่งที่เราคิด 


อาจจะไม่เป็นจริงอย่างที่เราเห็นหรือคิดก็ได้ เห็นอะไรสักแต่ว่าเห็นไว้ก่อน 


ได้ยินอะไรสักแต่ว่าได้ยินไว้ก่อน อย่าด่วนสรุปว่ามันเป็นอย่างที่เราคิด หรือที่เราเห็น 


มิเช่นนั้นเราอาจจะเสียใจเพราะต้องสูญเสียคนดีๆ ไปก็ได้


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า มีสติอยู่กับสิ่งที่คิด ไตร่ตรองก่อนแล้วจึงตัดสินใจทำ  


**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!


กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/

อารมย์ คือปัญหา ปัญญา คือทางออก

สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง  

ผมถือว่าวันนี้เป็นวันดี (จริงๆแล้วดีทุกวันนั้นเหละ) อากาศบนผิวโลกโดยประมาณ 35 องศา

ถือว่า ร้อนเลยทีเดี่ยว อากาศ องศาสุงอย่างนี้ บ้างครั้งทำอะไรต้องระวังเรื่องของอารมย์

กันสักนิดหนึ่ง

บ้างครั้งอารมย์บวกกับปัญหาทีมีอยู่ก่อนแล้ว ถ้ายังแก้ไม่ได้ทำให้ องศายิ่งสุงกันไปใหญ่

สมัยนี้การแก้ปัญหาส่วนมากจะใช้อารมย์เป็นหลัก ท่านลองคิดดูว่าจริงไหม

ถ้าแก้ปัญหาด้วยอารมย์

ส่วนมากจะจบลงด้วยการสูญเสีย เห็นกันมากมาย ในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ผมเองเมื่อก่อน(สมัยวัยรุ่น)

เป็นคนชอบใช้อารมย์

ทุกครั้งทีแก้ปัญหา ต้องจบอยู่ทีการสูญเสียทุกครั้งไป มาถึงตอนนี้ เริ่มเป็นคนคิดดีเป็น  คิดได้เป็น 

ทำไม ผมทำอย่างนี้ได้

ผมมีเรื่องมาเล่าให้ท่านฟัง มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านเห็นผมแล้วท่านก็เรียกผมมาพูดคุยด้วย

ท่านถามผมว่ามีเรื่องอะไรในใจมากขนาดนั้น( ผมงงเลยกับคำถามทีแก่ถามผม แก่รู้ได้อย่างไร)

ผมเลยตอบว่า ไม่มีครับ แก่พูดขึ้นว่า ยังโกหกตัวเองเลย ท่านถามต่อ อยากแก้ปัญหาไหมละ

ถ้าจะแก้ต้องใช้สมาธิ รวบรวมจิตใจให้ได้ก่อน   คนเราถ้าจะทำอะไรต้องมีสมาธิเป็นหลัก

แล้วจะไม่รู้จักการสูญเสีย  ผมเลยถามผู้ใหญ่คนนั้น ว่า ท่านรู้ได้อย่างไร

 ท่านตอบว่า ใบหน้ามันบอก (หน้าอมทุกข์นั้นเหละ)

ฉนั้นคุณอย่าคิดว่าคุณมีทุกข์แล้วคนอี่นจะไม่รู้ เค้ารู้ แต่เขาคิดว่า มันไม่ใช่เรื่องของเขา

อาการของคนมีปัญหา คือ ไม่มีชีวิตชีวา ไม่มีเรี่ยวแรง มองโลกในแง่ร้าย ปํญหามีกันทุกคน

 จะมากหรือน้อย

e378ต้องมีการแก้ไขกันไปเป็นวันๆไป ถัารวบรวมจิตใจได้

แล้ว จะเกิดสติ แล้วก็เกิด เป็น ปัญญา ปัญญาเป็นตัว

แก้ ปัญหาได้

ที่ใดมีสติปัญญา ณ ที่นั้นถึงมีกิเลสอยู่ก็หมด

โอกาสแสดงตัว

แต่ที่ใดก็ตามหากขาดสติปัญญา แม้ไม่น่าจะมี

ปัญหา

ก็อาจจะมีปัญหาขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ คนเราถ้าขาดสติปัญญา

ไม่เข้าใจโลก ไม่เข้าใจสังคม ไม่เข้าใจคน วันหนึ่ง ๆ

เราจะเสียค่าโง่ให้กิเลสไม่รู้เท่าไหร่ ประเมินเป็นตัวเงินคงขาดทุนย่อยยับ

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!

กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/

สร้างความคิด มุมมองของนักธุรกิจ เครือข่าย

สวัสดีครับ ผมสุวิทย์ คงเพ็ง

วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง (ไม่ใช่มีให้เหล้ากิน)

เริ่มเล่าเลยนะ

ผมมีรักเพื่อนอยู่2คน  ผมจะเล่าความแตกต่างของเพื่อนทั้ง 2คน (นินทาเพื่อน)


คนหนึ่งชื่อ พันธ์ เพื่อนผมคนนี้ มีนิสัย เหมือนกับคนหลายๆคน คือเป็นคนรัก สัตว์ ไม่จะเป็น หมา แมว

แต่ความรักที่มีต่อครอบครัว (เมีย) ยังเหมือนเดิม สโลแกนของเพื่อนพันธ์คือ รักเมียเสมอเผลอมี…..

(พูดเล่น)

เขารู้ดีว่า เลี้ยงไปก็ไม่กำไร เพราะมันไม่มีค่าทาง เนื้อ แต่มันมีค่าทางใจ  ไปทำงาน กลับมาได้เล่นกับ

สัตว์ ที่เขาเลี้ยง

มีความสบายใจ ยิ่งเลี้ยงยิ่งมีความผูกพันธ์ ถ้าเกิดว่า สัตว์ที่เขาเลี้ยง ไม่สบาย เขาก็พาไปหาหมอ

 จะจ่ายเท่าไร เขาไม่เคยพูดเลย เพราะเขามีความรู้สึก เหมือนส่วนหนึ่งในครอบครัว เกิดว่า ตัวไหนตาย

ไป ก็หาชื้อไหม่มาเลี้ยงอีก

ตั้งแต่ผมรู้จักเขามา บ้านเขาไม่ขาดสัตว์เลี้ยงเลย ถามว่า ขาดทุนไม่ เขาไม่มีตวามรู้สึกว่าขาดทุนเลย

  มีกำไรมีค่าทางใจ

แมว
เพื่อนอีกคนชื่อ พงษ์ พงษ์เป็นคนขยัน ชอบทำมา

หากิน เป็นคนหลายอาชีพ

 (เปลี่ยนงานบ่อย)

เป็นคนหาโอกาสอยู่เสมอ( เหมือนกับผมเลย)

แต่มาทำอาชีพหลัก คือ เลี้ยงหมู เขาทำมาหลายปี

แล้วเหมือนกัน 

เขามีความสุขกับงานนี้มากเลย

เพราะเลี้ยงแล้ว 90 กว่าวันก็ได้รับเงินเข้ากระเป๋า ครั้งละหลายๆหมื่นบาทเลยที่เดี่ยว

พงษ์ เขามีความสุขมาก

ถ้าวันนั้นมาถึง (วันขายหมู) แต่ถามว่า พงษ์ มีความรู้สึก ผูกพันธ์กับหมูทีเขาเลี้ยงไม

 ตอบได้เลยว่าไมมี

น้ำหนักดี ราคาดี นั้นคือ สิ่งทีเขาต้องการ เพราะมันมีคุณค่าทางเนื้อ  เลี้ยงหมู
วันนั้นเป็นว่ันบังเอิญหรือไมก็ไม่ทราบเหมือนกัน วันที พงษ์เขาขายหมู พงษ์ ดีใจมาก

เพราะมีเงินเข้ากระเป๋าแน่นอน

แต่ พันธ์วันนั้นเป็นวันที่หมาทีเขาเลี้ยงเกิด ตาย เขาเสียใจมาก เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ

เพราะเขาติดว่าหมาคือสมาชิกในครอบครัว เรื่องทีผมเล่าให้ฟังวันนี้

พันธ์เขาเลี้ยงหมา ไม่ มีค่าทางเนื้อ แต่เขามีค่า ทางใจ 

ส่วนพงษ์ เขาคิดว่าหมู มีค่าทางเนื้อ แต่ไม่มีค่าทางใจ ไม่มีความผูกพันธ์  ธุรกิจก็เหมือนกัน

ถ้าคุณคิดว่าองค์กร ทีท่านดูแลอยู่  คิดว่าเลี้ยง เพื่อ ฆ่ากินเนื้อ หรือว่า รักกันไว้ เพือให้มีค่าทางใจ

ท่านเป็นคนคิดเองนะ ผมไม่ต้อง คิดให้

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!  ถ้ามีคุณค่าช่วย

 แช่ร์ ต่อด้วยนะครับ


กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com

เชฟใหญ่ ในต่างแดน กลับมาทำธุรกิจเครือข่าย

สวัดดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง
สุุวิทย์
ผมยอมรับว่าผมอดีตเคยผ่านงานมาหลายอาชีพ

งานๆหนึ่งทีผมชอบมันมากและอยู่กับมันมาหลายปี คือการทำอาหารตามโรงแรมต่างๆ(กุ๊ก) ผมเริ่มเข้า

วงการแบบไม่เป็นอะไรเลย

กาลเวลา ทำให้ผมพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆจนคล้ายมาเป็นเชฟได้ใช้เวลาเป็นสิบปีเหมือนกัน

ในวงการโรงแรมถ้าใครมีฝีมือและมีประสบการณ์มากจะได้ค่าตอบแทนที่สุง

และเป็นที่ยอมรับของคนในวงการ ผมเดินอยู่สายของอาชีพนี้

คิดว่าหลายโรงแรมเลยทีเดียว ที่ไหนเป็นแหล่งทีมีนักท่องเที่ยวเยอะผมขอไปหาประสบการณ์อยู่ทีนั้น

สมัยนั้นถัาเชฟคนไหนมีรายได้หลักห้าขี้น ถือว่าเป็นทียอมรับของคนในวงการโรงแรม

ผมก็จัดว่าเข้าำไปอยู่ในกลุ่มของคนทีมีรายได้หลักห้าเหมือนกัน

คนทำงานอยู่ที่ไหนก็ต้องมีปัญหาให้แก้อยู่ตลอดเวลา

ยิ่งทำงานอาชีพนี้ต้องมีปัญหาให้แก้ทุกวันแม้แต่วันหยุด ทำอยู่นานๆเกิดการอิ่มตัว

และมีเด็กรุ่นน้องไหม่ๆไฟแรง เริ่มเกิดการปรับตำแหน่ง เราเงินเดือนมากแต่เริ่มทำงานช้าลง

ความคิดความไวไม่คอยจะทันเด็กไหม่ๆ คิดเปลียนที่ทำงาน 

แต่ท่านเชื่อไหมว่าไปทีไหนก็เจอเด็กไหม่ไฟแรงทั้งนั้น ไม่อยู่แล้วเมืองไทย

ไปหากินต่างแดนดีกว่า เงินเดือนก็มาก แถมมีสวัสดิการดีด้วย

ไปแล้วผมบอกท่านตรงๆเลยว่า มันไม่ต่างอะไรกับการทำงานที่เมืองไทยเลย(ต่างกันอยู่อย่างเดียว

คือ ต่างแดน) เงินเดือนมากก็รับผิดชอบงานมากขึ้น

ปัญหาที่เพิ่มขึ้นคือ สภาพของอากาศ หนาวก็หนาวจัด ร้อนก็ร้อนจัด ภาษาในการสื่อสารก็ถือว่าเป็น

ปัญหาเหมือนกัน 

สุดท้ายก็เริ่มอิ่มต้วอีกครั้ง กลับมาเมืองไทยงงอยู่กับต้วเองว่าไปอย่างงัยต่อไป

ผมมานั่งคิดนอนคิด คือการทำงานอยู่ที่ไหนก็ต้องเจอกับปัญหาอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นอาชืพอะไร ถ้าคุณคิดว่าคุณจะหนีปัญหา บอกเลยยิ่งหนียิ่งเจอ

ถ้าคุณคิดจะทำอะไรสักอย่าง คุณต้องเจอปัญหาอย่างแน่นอน ถ้าคุณอย่างเจอกับความสำเร็จ

คุณหนีปัญหาไม่ได้ได้อย่างแน่นอน

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!

กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/

มันเป็นไปได้ มันเป็นไปแล้วจริงๆ

สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

  สุุวิทย์
ผมเป็นคนหนึ่งที่มองหาโอกาสอยู่เสมอ วันที่10 ถุมภาพันธ์ ปี2529

ผมจำได้แม่นยำ


ผมได้เดินทางมาอาศัยอยู่ที่อำเภอหัวหินเป็นครั้งแรกที่ออกจากบ้าน

และเป็นสถานทีแรกที่มาอาศัย นอกเหนือจากบ้านเกิด คือเมืองตรัง

สมัยนั้นผมมาอยู่ใหม่ๆ หัวหินเป็นเมืองที่น่าอยู่มาก ที่ดินราคาถูกมาก

หลายคนที่มาอาศัยจากต่างถิิ่นต่างหาซื่อทีดินไว้คนละหลายๆแปลง

มีเพื่อนชวนไปซื้อ ผมเองไม่ชอบ เพราะความตั้งใจว่าจะไม่อยู่ที่นี้ และอีกอย่างหนึ่ง คือกลัวว่าจะผ่อน

เขาไม่ได้ (สมัยนั้นเขาให้ผ่อนอีกต่างหาก)

ที่ดินตรงไหนถูกแล้วสวยเพือนจะมาชวนไปซื้อทุกครั้ง แต่ผมไม่เอาด้วย

เพราะผมมีเหตุผลว่า ผมจะไม่อยู่ที่หัวหินไปตลอด ต้องกลับไปอยู่บ้านเกิด  (เป็นคนรักบ้านเกิดมาก)

ตั้งแต่วันที่มาอาศัยอยู่หัวหินมาจนถึงปัจจุบัน20กว่าปีแล้ว

ผมยังไม่ได้ออกไปจากหัวหินเลย  

ในปัจจุบันนี้เพื่อนผมที่เขาชวนผมไปซื่อที่ดิน  เขารวยกันไปหมดแล้ว

สมัยก่อนซื่อผ่อนไร่ละสามแสน  ผ่อนเดือนละหนึ่งพันห้าร้อยบาท มาปัจจุบันนี้ขายไร่ สิบกว่าล้านบาท

ตอนนี้ผมต้องมานั่งดูเพื่อนรวย และมานั่งเสียดายโอกาส นึกทุกครั้งเสียดายเวลาที่ผ่านมา ไม่ยอมรับ

โอกาสที่เพื่อนมาแนะนำ เพราะคำๆเดี่ยวคือ ผมเองไม่ชอบ

และอีกเหตุผลหนึ่ง ผมจะไม่อยู่ที่หัวหินไปตลอด  คำบ้างคำหรือความคิดบ้างความคิด ที่เราใช่อยู่ มัน

อาจจะทำลายโอกาสที่กำลังจะมาถึงก็เป็นได้

เหมือนกันกับธุรกิจที่คุณคิดจะทำมันอยู่ ให้คิดก่อนที่จะทำ

เอาเหตุผลมาคิดอย่าเอาอารมย์ในเวลานั้นมาตัดสินใจโดยเด็ดขาด

แล้วคุณจะมานั่งเสียดายอย่างผม

ไม่ต้องไปเสียดายกับเวลาที่ผ่านมา แต่ให้ความสำคัญกับเวลาที่เหลืออยู่

อาจจะมีโอกาสอีกครั้งใครจะไปรู้

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!

กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com

อยากรู้มั๊ย?..อะไรที่ทำให้สปอนเซอร์คนได้ในขายตรง




สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง


การที่เราจะชวนใครมาทำธุรกิจร่วมกับเรา..ใช่ว่าจะชวนหรือสปอนเซอร์กันได้ง่ายๆ นะครับ 


กว่าจะชวนกันได้นี่..โครตนานเลยล่ะ จนกว่าเค้าจะเชื่อใจเรา..แล้วเราต้องได้ใจเขาโน่นแหล่ะ

“คุณต้องพูดกับใครถึงจะได้ผล”

เมื่อคุณรู้แล้วว่า “เขาเข้าร่วมธุรกิจกับคุณเพราะอ
ะไร” ต่อมาก็คือสิ่งที่คุณต้องรู้อีกอย่างว่า 


“คุณต้องพูดกับใครถึงจะได้ผล” ไม่ใช่ว่าคุณพูดประโยคนี้กับทุกคนแล้วจะได้ผลนะครับ..คุณต้อง

“พูดให้ถูกคนเท่านั้นเอง”



(แล้วพูดกับใครล่ะ) ถึงจะได้ผล..คุณคิดว่าเป็นเพื่อ
นคุณ, ญาติสนิท, พ่อแม่พี่น้อง


 หรือใครที่คุณนึกได้ใช่ไหม ผมตอบได้เลยว่า..พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆ

“ก็เหมือนคุณเอาเนื้อหมูไปขายให
้คนที่นับถือศาสนาอิสลาม..”

นั่นแหล่ะครับ..ให้ฟรีๆ เขายังไม่เอาเลย..

สิ่งที่ผมจะบอกคุณก็คือ “พูดเฉพาะคนที่อยากจะฟังเรื่องน
ี้จริงๆ”

ยังงัยครับ..ถึงจะได้ผล..(แล้วใ
ครล่ะที่ต้องการจะฟังจริงๆ) 


 ก็คือคนที่เขาสนใจในธุรกิจนี้จริงๆ.. คนที่เขามองเห็นโอกาสทางธุรกิจแต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไง…

หรือ คนอย่างคุณ.. ที่กำลังอ่านบทความของผมอยู่.. ก็อยู่ในเคสนี้ด้วย


 คนที่เข้ามาดูในเว็บไซต์ของคุณ.. แล้วทิ้งที่อยู่ ,อีเมล์, 

เบอร์โทรศัพท์ไว้ให้กับคุณ (บอกว่าผมสนใจครับ) หรือคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่แล้ว.. 

จะดีมากเพราะถ้าสปอนเซอร์คนพวกนี้ได้ จะทำให้เครือข่ายของคุณ ประสบความสำเร็จเร็วที่สุด

 เพราะเขาก็ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่แล้ว เขาต้องมีความสนใจมากกว่าคนอื่นแน่นอน 

และก็เป็นการง่ายมากที่จะสปอนเซอร์คนพวกนี้

เมื่อเขาเข้ามาหาคุณเอง..คุณมั่
นใจได้เลยว่า

90 % คุณสามารถสร้างกระแสเงินสด กับเขาได้แน่นอน

(ต้องพูดให้ถูกคนด้วยนะครับ)  

http://suwit99.weebly.com/