สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง
วันนี้ผมมีเรื่่องมาเล่าเพื่อเป็นแนวคิดอีกแล้ว อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ
เรื่องมีอยู่ว่า สมชัยเป็นลูกจ้างทำงานดูแลบ้านให้กับเจ้านาย สมชัยเป็นคนขยัน
รับผิดชอบต่อหน้าที่ เจ้านายสั่งอะไร เขาทำไม่เคยบ่นเลย แล้วทำงานได้ดีทุกครั้งไป
เจ้านายประทับใจ ในตัวเขามาก สมชัยก็เช่นกัน เค้าคิดตลอดเวลา ว่า
ทำอะไรที่จะรวยเหมือนเจ้านาย
สมช้ยอยู่กับนายมาหลายปี จนเกิดความรัก และความผูกพันธ์ แทบจะมองไม่ออกเลยว่า
สมชัย คือลูกจ้างในบ้านหลังนี้
อยู่มาวันหนึ่ง เจ้านาย เรียกสมชัยให้เข้าไปหาว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เมื่อถึงเวลา
สมชัยก็ไปตามนัด
เจ้านายถามว่า “เรามีความรู้สึกอย่างไรบ้างกับการอยู่ทำงานที่นี้ ”
สมชัยตอบ “ดีครับ”
เจ้่านายถาม “เราอยากรวยไหมละ”
สมชัยตอบ ” อยากรวย ครับ เห็นนาย ผมอยากรวยเหมือนนายบ้าง”
เจ้านายถาม “ถ้าอยากรวย เรามีอะไรจะให้เจ้า นายยากได้ไหม ?”
สมชัยตอบ ” อยากได้ครับ”
นายพูดต่อ “เราจะยกที่ดินแปลงนี้พร้อมกับบ้านให้กับเจ้า”
สมชัยตกใจ และ ดีใจมากๆ
แลัวเขาถามเจ้านายว่า” ทำไม เจ้านาย จึงยกให้ผมครับ”
เจ้านายตอบว่า “ก็คุณอยากจะรวยเหมือนเราไม่ใช่หรือ” แต่เราขอสมชัยแค่ 2 อย่าง
ข้อ 1 ห้ามขาย
สมชัยตอบ “ได้ครับ”
ข้อ 2 เรามีค่าใช้จ่ายอยู่ในบ้านหลังนี้ สมชัยต้องเป็นที่รับผิดชอบเดือนละ 80,000บาท
เมื่อเจ้านายพูดจบ สมชัยตอบเจ้านายทันทีเลย “ผมไม่เอาครับ”
เจ้านายถาม “ทำไมไม่เอาละ
สมชัยตอบ “ผมไม่มีปัญญาครับผมขออยู่กับเจ้านายนี้แหละดีแล้ว”
ทำไม ผมถึงเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ท่านฟัง ไม่เห็นสนุกเลย แต่ผมให้ท่านคิด
บ้างครั้งเราชวนคนมารวย มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ อยากรวย แต่ไม่อยากเหนื่อย
ไม่อยากรับผิดชอบอะไรเลย บอกได้เลย มันไม่มีให้คุณ ไม่ต้องไปหาเลย ในโลกใบนี้
**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!
กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/
สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง
ผมมีเรื่องมาเล่าอีกแล้ว สมัยเด็กๆ (คนแก่ชอบเล่าความหลัง) นึกแล้วน่าจะเป็นประโยนช์
เลยหยิบมาเล่า
เรื่องมีอยู่ว่าตอนเด็กๆ ชอบชวนเพือนหนีแม่ไปเที่ยว ไปกันเป็นกลุ่มๆ ไปหาปลาบ้าง
ไปยิงนกบ้าง ถ้าเป็นวันหยุดเรียน จะมีโปรแกรมไปกันตลอด สนุกดี (ตามภาษาเด็กบ้านนอก)
วันนี้ก็เช่นกัน หยุดเรียนช่วงปิดเทอม
ผมเป็นหัวโจก นัดกับเพือนๆ เราจะไปเที่ยวต่างตำบลกัน ไปเที่ยวบ้านเพือน
เป้าหมายคือบ้านเพือน การไปครั้งนี้ต้องเดินกันไป(เหมือนกับครั้งก่อน)
เพราะไม่มีรถ ระยะทาง 10กว่ากิโล มีเพือนร่วมกลุ่มไปทั้งหมด 7คน
พอเดินกันไปสักพัก ต่างคนเริ่มบ่น เพระมันเหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน แต่ไม่คิดกลับหลัง
เดินหน้าลูกเดี่ยว นั่งพักกันไป เดินเล่นกันไปบ้าง (ตามภาษาเด็ก)
แวะหาผลไม้ข้างทางกินกันไป (เริ่มหิว) เดินไปอีกสักพักใหญ่ ก็มีคนขี่จักยาน
แล้วถามพวกผมว่าจะไปไหนกัน
ผมบอกว่าไปบ้านเพือน แก่ก็พูดขึ้นว่า จักยานนั่งได้ 1คน ใครจะไปบ้าง
มีเพือนผมคนหนึ่งบอกว่า "ไป "แล้วกระโดดขี้นรถจักยานไปเลย
โดยไม่ถามเลยว่าเขาจะพาไปไหน มันหันมาบอกผมว่า
" กูไม่ไปกับมึงแล้ว" เดินเหนื่อยจะตาย ตอนนี้ผมมีเพือนเหลือ 6คน
เราไม่ได้คิดอะไร เดินต่อ เพื่อนเริ่มบ่นว่าเหนื่อยบ้าง ร้อนบ้าง (รวมตั้งผมทีบ่น)
แต่ต้องไป เพราะใจมันยากไปเที่ยว เหนื่อยอย่างไรต้องสู้ เวลาผ่านไปไม่นาน
ก็มีคนขี่ มอเตอร์ไซด์มา แล้วก็ถามพวกผมว่า
"จะไปไหนกัน" รถว่างนั่งได้ 3คน ใครจะไปมั้ง เพือน 3คน ไวมาก
พูดพรัอมกันเลย แล้วกระโดดขึ้นรถ ' ผมไปด้วย" กระโดดขึ้นรถ ไปแล้ว4คน เหลือ 3คน
เริ่มหมดแรง เพื่อนหนีไป หมดกำลังใจเดิน ค่อยๆนั่งลงข้างทาง
มองกลับไปข้างหลัง แล้วเอามือลูบหัวตัวเอง รู้นะว่าพวกผมทีเหลือ 3 คนคิดอะไรอยู่
"เมื่อไรจะมาอีกสักคันหน่อ" หมดแรง
รอได้ไม่นานจริงๆ รถอีกคันหนึ่งวิ่งมา แล้วก็ถามเหมือนเดิม
เพื่อนผมและผมก็ตอบเหมือนเดิม( เรียนแบบเพื่อน) แล้วก็ขึ้นรถเขาไป
โดยไม่รู้เลยว่าเขาไปไหน แล้วทีตั่งใจใว้ว่าจะไปบ้านเพื่อนละ ไม่คิดแล้วเพราะมันเหนื่อย
ใครจะพาไปไหน ก็ไปเถอะ ไม่สนแล้ว สรุปว่า เป้าหมายทีจะไป ล้มเลิก ก่อนจะมาไม่ได้คิดอย่างนี้
พอผมโตขึ้น ผมเอาเหตการณ์ วันนั้นมานั่งคิดว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงไม่ไปบ้าน
เพื่อน แล้วทำไมเพื่อนทีมาด้วยกันเขาวิ่งหนีขี้นรถไปก่อน หรือว่า ผิดทีเรา หรือ ผิดทีเขา พอมาทำธุรกิจ
เครือข่าย เลยนึกออก จึงมาเล่าให้ฟัง เพราะเหนื่อยกับการเดิน นิเอง
**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!
กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/
สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง
หลายๆท่านคงเคยได้ยินหรือเห็นห่านไซบีเรีย ที่จะบินอพยพหนีอากาศ
หนาว ด้วยการบินระยะทางไกลๆเป็นหลายร้อยหลายพันกิโลเมตร
โดยมีเคล็ดลับที่ทำให้บินได้ไกลขนาดนั้น ก็คือการบินเป็นรูปตัววี ( V )
ห่านตัวจ่าฝูงจะบินอยู่หน้าสุด
แล้วห่านตัวอื่นๆจะบินเรียงต่อท้ายกันไปเรื่อยๆ เพื่อลดแรงปะทะของลม
เมื่อห่านตัวหน้าเหน็ดเหนื่อยก็จะบินถอยลง แล้วห่านตัวที่บินอยู่ด้านหลังก็จะบินขึ้นมาแทน
สลับกันไปอย่างนี้เรื่อยๆอย่างเป็นระเบียบ จากการบินของห่านไซบีเรียจะเห็นได้ว่าการทำงานเป็นทีมมี
ความสำคัญมาก
ในการที่จะบินไปถึงจุดหมายปลายทาง และต้องอาศัยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
รวมถึงการประสานงานกันอย่างดี
จากตัวอย่างดังกล่าว
หากพนักงานในองค์กรได้ตระหนักว่าตัวเองเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของทีม
แล้วจะทำอย่างไรให้ทีมไปถึงจุดหมายได้
องค์กรนั้นก็จะประสบความสำเร็จ ซึ่งหัวใจ สำคัญของการ
ทำงานเป็นทีม คือ
- ทุกคนในทีมต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน
- ทุกคนในทีมต้องมีความจริงใจให้กันและกัน
- ทุกคนในทีมต้องไว้วางใจซึ่งกันและกัน
- ทุกคนในทีมต้องยอมรับบทบาทของกันและกัน
- ทุกคนในทีมต้องมีน้ำใจให้กันและกัน
- ทุกคนในทีมต้องให้อภัยแก่กันและกัน
การทำงานเป็นทีมนั้น หากมีปัญหาหรือเกิดข้อโต้แย้งขึ้น ก็สามารถโต้แย้งได้ แต่ต้องเป็นไป
เพื่อประโยชน์ของทีม ปัจจุบันมีหลายๆองค์กร โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆต้องเผชิญกับปัญหากับความ
ขัดแย้งในองค์กร
ไม่ว่าจะเป็นในระดับฝ่าย,แผนก รวมถึงความขัดแย้งระหว่างพนักงานด้วยกัน
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรณรงค์หรือจัดการอบรมการทำงานเป็นทีมขึ้นมา
ด้วยเห็นความสำคัญของการทำงานเป็นทีมว่า
จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ.
**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!
กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/
สวัสดีครับครับ ผมสุวิทย์ คงเพ็ง
ความเจ้าชู้ของคนเครือข่าย จริงๆแล้วไม่มีอะไรมากหรอกครับ
แค่เห็นความสวยงาม และความน่ารัก ของเขา
แล้วอยากเอามาเป็นเจ้าของ แค่นั้นเอง (เห็นแก่ตัวไปหรือเปล่านี้เรา)
เล่าเรื่องจริงให้ฟัง แล้วอย่าเอาไปทำตาม มันไม่ดี
วันก่อนผมไปเจอผู้หญิงคนหนึ่ง (เมียไม่ไปด้วยเลยได้โอกาส)
เจอเขา แล้วได้พูดคุยกับเขา เขาเป็นคนพูดดีมาก หน้าตาก็ถือว่าสวยเลยแหละ
คุยกันและได้สัมผัสความรู้สึก (เขาเป็นคนน่ารักงะ ) เลยวางแผนจะชวนเขาไปกินข้าว
ไปดูหนัง ฟังเพลง แล้วก็ (คิดไปไกลแล้วว่างั้นเถอะ) เขาตกลงไปกับผม
แต่มีขอแม้ว่าต้องเอาเพื่อนไปด้วยหนึ่งคน ผมโอเค เดี่ยวคอยไปแยกเอาทีหลัง (คิดชั้ว)
ถึงเวลา ตามนัด ผมก็ไปรับเขา มีเพื่อนนั่งหลังไปด้วยหนึ่งคน(ตามคำสัญญา)
พอไปนั่งทานอาหาร ก็สั่งอาหารมาอย่าง อร่อย สมกับราคา แต่อุ่นใจ เพราะเพื่อน
ผมเขาขอไปด้วย เขาเป็นเจ้ามือเอง แต่เมื่อ ทาน เที่ยว เมา
ต้องจับแยกคนละคน ต่างคนต่างไป (คิดไว่เส็จสับ) ผมมองหญิงคนมีผมชอบ
เขาไม่คอยมีความสนุกสนานกับการเที่ยวกินกับเราเลย
เพราะโทรศัพท์เจ้ากรรม ทีอยู่กระเป้าถือของเขามันดังอยู่ตลอดเวลา แต่เขาไม่ยอมสาย
ผมคิดว่ามันคงมีอะไร สักอย่างแน่เลย เขาต้องมีอะไรอยู่ใจ ผมเลยบอกเขาว่า
“น้องครับถ้ามาแล้วไม่สนุกพี่ว่าเราน่าจะกลับกันดีกว่าไหม”
เขาพยักหน้า
ผมเลยถามเขาต่อว่า“มีคนรอน้องอยู่ทีบ้านหรือ” เขาตอบว่า ใช่ค๊ะ
หลังจากส่งน้องเขากลับแล้ว มันเหลือแต่ความว่างเปล่า ความคิดทีมีอยู่ ก่อนจะไป
กลับสลายไปสิ้น แต่ดีนะเพราะคือนี้เราไม่ต้องเสียอะไรเลย ทุกอย่างตกอยู่ทีเพือนผมหมด
เพราะเขาสัญญาว่า เขา จ่ายเอง
(คิดว่ามีผลประโยชน์)
ทำไมผมต้องเอาเรี่องนี้มาเล่าให้ท่านฟังด้วย (มีเหตผล)
แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับคนเครือข่าย (มีเหตผล)
ฟังนะ
การทำธุรกิจ เครือข่ายปัจจุบันนี้ เวลาเจอหน้ากัน หรือโทรหา
คุยชวนแต่เรือง ธุรกิจ ทีตัวเองทำอยู่
ไม่เคยฟังฝ่ายตรงข้ามเลย ว่าเขามีความรู้สึกอย่างไร สินค้า ดี แผน ดี ๆๆๆๆๆๆๆๆ
ผมอยากจะบอกท่านว่า
ก่อนทีท่านจะมาเจอเขานั้น เขาทำตัวอื่นอยู่ เขาไม่ได้ว่างงาน
ฟังเขาบ้าง ถามเขาบ้าง ว่าเขาทำอะไรอยู่ ดีไหม ถ้าดี เขาไม่มากับเราหรอก แต่ถ้าไม่ดี
เขาอาจจะมา กับเรา
ก็ได้นะ แต่ไม่ใช่ว่าจะมาเลย เขาต้องคิดก่อน ว่าไปเป็น หรือไปตาย
ฉันใดก็ฉันนั้น ผมเข้าใจในความรู้สึกของหญิงสาวคนนั้น เขาอยากจะมีเรา แต่เขามีไม่ได้ เพราะเขามี
เจ้าของแล้ว ไง
ถ้าเขาไม่มีคนคอยอยู่ทีบ้าน ท่านว่าคืนนั้น เป็นไปได้ไหม ? เช่นกันคนเครือข่าย ถ้าเขายังไม่ทำอะไรเลย
มันเป็นไปได้
**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!
กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/