แนะนำเพือน

เพิ่ม LIKE facebook fanpage ฟรี | เพิ่ม LIKE รูป facebook ฟรี | เพิ่ม Follow Twitter ฟรี

เล่นพนันฟูตบอลดีกว่า ทำธุรกิจเครือข่าย

 สวัสดีครับ ผมสุวิทย์ คงเพ็ง



  การทำงานยังเดินหน้ากันต่อไป

เพราะทุกคนต้องการให้ความเป็นอยู่ที่ดี อนาคตจะดีแค่ไหนยังไม่มีใครทราบ


ผมก็เป็นคนหนึ่ง ที่เป็นอย่างนั้นทีผ่านมา

เจอดีบ้าง ไม่ได้บ้าง คำตอบมีให้เห็นอยู่แล้ว สิ่งทีดีเก็บมันไว้

สิ่งทีไม่ดีแก้ไขกันต่อไป เอาอดีตมาแก้ไขปัจจุบัน แล้วทำปัจจุบันให้ดีทีสุด

มันเป็นเรื่องทีมนุษย์โลกทุกคนต้องเจอ อย่าคิดว่า เราเป็นคนทีแย่ทีสุด

ยังมีคนทีแย่กว่าเราอีกทั้งมากมาย (ให้กำลังใจกันก่อน) ใครรักชอบในสิ่งใด

ขอให้ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน

วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่า เพื่ออ่านแล้วให้เอาไปเปรียบเทียบกับผลของการกระทำ

ว่ามันคุ้มกับการกับเวลาที่เสียไปหรือไม่

เรื่องมีอยู่ว่า ผมเป็นชอบฟุตบอลมาก และชอบทีมหนึ่งมาก (ไม่ต้องบอกนะว่าเป็นทีมอะไร)

เพราะความชอบนี้ละทำให้ผมหมดต้ว ทีมฟุตบอลทีมนั้นเขาไม่รู้เลยว่า

ผมชอบทีมเขา ใครมาพูดว่าทีมที่ผมชอบไม่ดีผมก็มีอารมย์

ผมไม่อยากให้ใครมาว่าทีมที่ผมชอบไม่ได้ ถึงเวลามีการแข่ง

จะดึกแค่ไหนผมต้องรอดูให้ได้

เวลามีการแข่งขันผมจะไม่ออกไปไหนเลย รอลุ้นตลอดเวลา ถ้ามีเงินผมพนันต่อรองเต็มที

เพราะเชื่อว่าทีมที่ผมรักต้องชนะ

วันนั้นมีการแข่งขันและเวลาของการแข่งขันยังเหลืออีกไม่กี่นาที แต่ว่าผลการแข่งขันยังอยู่ที่ 0-0 ลูก

ฟูตบอลอยู่ทีเท้าของทีมที่ผมรัก

เขาพาลูกผ่านเข้าไปหาฝ่ายตรงข้าม เวลาก็กำลังจะหมด ก่อนที่เขาจะพาลูกเข้าไปกรรมการ มองเวลาที

ข้อมือแล้ว ผมนี้ใจจะขาด


เขาพาลูกหนีฝ่ายตรงข้าม ลูกฟูตบอลถูกสกัด แต่ว่าผ่านไปได้

กรรมการมองเวลาอีกครั้งหนึ่ง ผมตโกนอยู่หน้าจอทีวี ว่า “ทำไมไม่ยิงว๊ะ”

อารมย์ผมขึ้นมากๆเลย ไม่ได้ดังใจ

ทำไมทีมที่ผมรักไม่ทำตามความคิดของผมละ ผมไม่อยากให้เวลาหมดเลย

ถ้าซื้อเวลาได้ผมจะซื้อให้เลย เพราะผมอยากชนะ มันซะใจผมดี

แล้วกรรมการเป่านกหวีด หมดเวลา

ผลออกมา 0-0 หมดเวลา 

ภาพในจอทีวี เขาจับมือแสดงความยินดี และแสดงความขอโทษกัน

ผมหันไปมองเวลา ตี 4 แล้ว 

ปิดทีวีแล้วเดินเข้าไปนอน ด้วยความผิดหวัง ภรรยาลุกขึ้นอาบน้ำจะไปทำงานพอดี 

ผมนอนคิดว่าสิ่งทีผมทุ่มเท ทั้งคืน ครอบครัวผม ได้อะไรบ้าง

ผมได้อะไรบ้าง และที่สำคัญคือ เช้าวันนี้

ภรรยายต้องเอาเงินที่แพ้พนันไปเสียค่าเทอมให้ลูกด้วย ถ้าเป็นคุณ

ตกอยู่ในสภาพเหมือนภรรยายผม  แล้วคุณจะทำอย่างไร

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!

กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้  http://suwit99.weebly.com/

ยากรวย แต่ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆแค่รับข้อเสนอไม่ได้

สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง


วันนี้ผมมีเรื่่องมาเล่าเพื่อเป็นแนวคิดอีกแล้ว อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ


เรื่องมีอยู่ว่า สมชัยเป็นลูกจ้างทำงานดูแลบ้านให้กับเจ้านาย สมชัยเป็นคนขยัน


รับผิดชอบต่อหน้าที่ เจ้านายสั่งอะไร เขาทำไม่เคยบ่นเลย แล้วทำงานได้ดีทุกครั้งไป


เจ้านายประทับใจ ในตัวเขามาก สมชัยก็เช่นกัน เค้าคิดตลอดเวลา ว่า


ทำอะไรที่จะรวยเหมือนเจ้านาย


สมช้ยอยู่กับนายมาหลายปี จนเกิดความรัก และความผูกพันธ์ แทบจะมองไม่ออกเลยว่า


สมชัย คือลูกจ้างในบ้านหลังนี้


อยู่มาวันหนึ่ง เจ้านาย เรียกสมชัยให้เข้าไปหาว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เมื่อถึงเวลา


สมชัยก็ไปตามนัด


เจ้านายถามว่า “เรามีความรู้สึกอย่างไรบ้างกับการอยู่ทำงานที่นี้ ”


สมชัยตอบ  “ดีครับ”


เจ้่านายถาม  “เราอยากรวยไหมละ”


สมชัยตอบ ” อยากรวย ครับ เห็นนาย ผมอยากรวยเหมือนนายบ้าง”


เจ้านายถาม  “ถ้าอยากรวย เรามีอะไรจะให้เจ้า นายยากได้ไหม ?”


สมชัยตอบ ” อยากได้ครับ”


นายพูดต่อ  “เราจะยกที่ดินแปลงนี้พร้อมกับบ้านให้กับเจ้า”


สมชัยตกใจ และ ดีใจมากๆ


แลัวเขาถามเจ้านายว่า” ทำไม เจ้านาย จึงยกให้ผมครับ”


เจ้านายตอบว่า “ก็คุณอยากจะรวยเหมือนเราไม่ใช่หรือ” แต่เราขอสมชัยแค่ 2 อย่าง



ข้อ 1 ห้ามขาย


สมชัยตอบ   “ได้ครับ”


ข้อ 2 เรามีค่าใช้จ่ายอยู่ในบ้านหลังนี้ สมชัยต้องเป็นที่รับผิดชอบเดือนละ 80,000บาท


เมื่อเจ้านายพูดจบ สมชัยตอบเจ้านายทันทีเลย “ผมไม่เอาครับ” 


เจ้านายถาม “ทำไมไม่เอาละ 


สมชัยตอบ   “ผมไม่มีปัญญาครับผมขออยู่กับเจ้านายนี้แหละดีแล้ว”


ทำไม ผมถึงเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ท่านฟัง ไม่เห็นสนุกเลย แต่ผมให้ท่านคิด


บ้างครั้งเราชวนคนมารวย มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ อยากรวย แต่ไม่อยากเหนื่อย


ไม่อยากรับผิดชอบอะไรเลย บอกได้เลย มันไม่มีให้คุณ ไม่ต้องไปหาเลย ในโลกใบนี้


**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!   

  
กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/

ไปไม่ถึง เป้าหมาย เพราะ ไม่เปลียนวิธีการ นี้ เอง

สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

ผมมีเรื่องมาเล่าอีกแล้ว สมัยเด็กๆ (คนแก่ชอบเล่าความหลัง) นึกแล้วน่าจะเป็นประโยนช์

 เลยหยิบมาเล่า

         เรื่องมีอยู่ว่าตอนเด็กๆ ชอบชวนเพือนหนีแม่ไปเที่ยว ไปกันเป็นกลุ่มๆ ไปหาปลาบ้าง

ไปยิงนกบ้าง ถ้าเป็นวันหยุดเรียน จะมีโปรแกรมไปกันตลอด สนุกดี (ตามภาษาเด็กบ้านนอก)

 วันนี้ก็เช่นกัน หยุดเรียนช่วงปิดเทอม

 ผมเป็นหัวโจก นัดกับเพือนๆ เราจะไปเที่ยวต่างตำบลกัน ไปเที่ยวบ้านเพือน

 เป้าหมายคือบ้านเพือน การไปครั้งนี้ต้องเดินกันไป(เหมือนกับครั้งก่อน)

 เพราะไม่มีรถ ระยะทาง 10กว่ากิโล มีเพือนร่วมกลุ่มไปทั้งหมด 7คน

 พอเดินกันไปสักพัก ต่างคนเริ่มบ่น เพระมันเหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน แต่ไม่คิดกลับหลัง

 เดินหน้าลูกเดี่ยว นั่งพักกันไป เดินเล่นกันไปบ้าง (ตามภาษาเด็ก)

 แวะหาผลไม้ข้างทางกินกันไป (เริ่มหิว) เดินไปอีกสักพักใหญ่ ก็มีคนขี่จักยาน

 แล้วถามพวกผมว่าจะไปไหนกัน

 ผมบอกว่าไปบ้านเพือน แก่ก็พูดขึ้นว่า จักยานนั่งได้ 1คน ใครจะไปบ้าง

 มีเพือนผมคนหนึ่งบอกว่า "ไป "แล้วกระโดดขี้นรถจักยานไปเลย

 โดยไม่ถามเลยว่าเขาจะพาไปไหน มันหันมาบอกผมว่า

 " กูไม่ไปกับมึงแล้ว" เดินเหนื่อยจะตาย ตอนนี้ผมมีเพือนเหลือ 6คน

 เราไม่ได้คิดอะไร เดินต่อ เพื่อนเริ่มบ่นว่าเหนื่อยบ้าง ร้อนบ้าง (รวมตั้งผมทีบ่น)

 แต่ต้องไป เพราะใจมันยากไปเที่ยว เหนื่อยอย่างไรต้องสู้ เวลาผ่านไปไม่นาน

 ก็มีคนขี่ มอเตอร์ไซด์มา แล้วก็ถามพวกผมว่า

 "จะไปไหนกัน" รถว่างนั่งได้ 3คน ใครจะไปมั้ง เพือน 3คน ไวมาก

 พูดพรัอมกันเลย แล้วกระโดดขึ้นรถ ' ผมไปด้วย" กระโดดขึ้นรถ ไปแล้ว4คน เหลือ 3คน

 เริ่มหมดแรง เพื่อนหนีไป หมดกำลังใจเดิน ค่อยๆนั่งลงข้างทาง

 มองกลับไปข้างหลัง แล้วเอามือลูบหัวตัวเอง รู้นะว่าพวกผมทีเหลือ 3 คนคิดอะไรอยู่

 "เมื่อไรจะมาอีกสักคันหน่อ"  หมดแรง

 รอได้ไม่นานจริงๆ รถอีกคันหนึ่งวิ่งมา แล้วก็ถามเหมือนเดิม

 เพื่อนผมและผมก็ตอบเหมือนเดิม( เรียนแบบเพื่อน) แล้วก็ขึ้นรถเขาไป

 โดยไม่รู้เลยว่าเขาไปไหน  แล้วทีตั่งใจใว้ว่าจะไปบ้านเพื่อนละ ไม่คิดแล้วเพราะมันเหนื่อย

 ใครจะพาไปไหน ก็ไปเถอะ ไม่สนแล้ว  สรุปว่า เป้าหมายทีจะไป ล้มเลิก ก่อนจะมาไม่ได้คิดอย่างนี้


               พอผมโตขึ้น ผมเอาเหตการณ์ วันนั้นมานั่งคิดว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงไม่ไปบ้าน

เพื่อน แล้วทำไมเพื่อนทีมาด้วยกันเขาวิ่งหนีขี้นรถไปก่อน หรือว่า ผิดทีเรา หรือ ผิดทีเขา พอมาทำธุรกิจ

เครือข่าย เลยนึกออก  จึงมาเล่าให้ฟัง เพราะเหนื่อยกับการเดิน นิเอง


**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!     

กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/

หัวใจสำคัญของการทำงานเป็นทีม

สุุวิทย์สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง   
   
หลายๆท่านคงเคยได้ยินหรือเห็นห่านไซบีเรีย  ที่จะบินอพยพหนีอากาศ

หนาว  ด้วยการบินระยะทางไกลๆเป็นหลายร้อยหลายพันกิโลเมตร

โดยมีเคล็ดลับที่ทำให้บินได้ไกลขนาดนั้น  ก็คือการบินเป็นรูปตัววี ( V )

 ห่านตัวจ่าฝูงจะบินอยู่หน้าสุด

แล้วห่านตัวอื่นๆจะบินเรียงต่อท้ายกันไปเรื่อยๆ  เพื่อลดแรงปะทะของลม

เมื่อห่านตัวหน้าเหน็ดเหนื่อยก็จะบินถอยลง  แล้วห่านตัวที่บินอยู่ด้านหลังก็จะบินขึ้นมาแทน

สลับกันไปอย่างนี้เรื่อยๆอย่างเป็นระเบียบ  จากการบินของห่านไซบีเรียจะเห็นได้ว่าการทำงานเป็นทีมมี

ความสำคัญมาก

ในการที่จะบินไปถึงจุดหมายปลายทาง  และต้องอาศัยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน 

รวมถึงการประสานงานกันอย่างดี

จากตัวอย่างดังกล่าว  หากพนักงานในองค์กรได้ตระหนักว่าตัวเองเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของทีม

ห่าน แล้วจะทำอย่างไรให้ทีมไปถึงจุดหมายได้    
  
องค์กรนั้นก็จะประสบความสำเร็จ  ซึ่งหัวใจ  สำคัญของการ

ทำงานเป็นทีม  คือ

- ทุกคนในทีมต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน

- ทุกคนในทีมต้องมีความจริงใจให้กันและกัน

- ทุกคนในทีมต้องไว้วางใจซึ่งกันและกัน

- ทุกคนในทีมต้องยอมรับบทบาทของกันและกัน

- ทุกคนในทีมต้องมีน้ำใจให้กันและกัน

- ทุกคนในทีมต้องให้อภัยแก่กันและกัน

การทำงานเป็นทีมนั้น  หากมีปัญหาหรือเกิดข้อโต้แย้งขึ้น  ก็สามารถโต้แย้งได้  แต่ต้องเป็นไป

เพื่อประโยชน์ของทีม    ปัจจุบันมีหลายๆองค์กร  โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆต้องเผชิญกับปัญหากับความ

ขัดแย้งในองค์กร

ไม่ว่าจะเป็นในระดับฝ่าย,แผนก  รวมถึงความขัดแย้งระหว่างพนักงานด้วยกัน

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรณรงค์หรือจัดการอบรมการทำงานเป็นทีมขึ้นมา 

ด้วยเห็นความสำคัญของการทำงานเป็นทีมว่า

จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ  ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ.

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!   
  
กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/

ความเจ้าชู้ ของคนเครือข่าย อ่านใว้จะไม่ไปเสียท่า

สวัสดีครับครับ ผมสุวิทย์ คงเพ็ง

ความเจ้าชู้ของคนเครือข่าย จริงๆแล้วไม่มีอะไรมากหรอกครับ

 แค่เห็นความสวยงาม และความน่ารัก ของเขา

       แล้วอยากเอามาเป็นเจ้าของ แค่นั้นเอง (เห็นแก่ตัวไปหรือเปล่านี้เรา)

เล่าเรื่องจริงให้ฟัง แล้วอย่าเอาไปทำตาม มันไม่ดี


วันก่อนผมไปเจอผู้หญิงคนหนึ่ง (เมียไม่ไปด้วยเลยได้โอกาส)

       เจอเขา แล้วได้พูดคุยกับเขา เขาเป็นคนพูดดีมาก หน้าตาก็ถือว่าสวยเลยแหละ


คุยกันและได้สัมผัสความรู้สึก (เขาเป็นคนน่ารักงะ ) เลยวางแผนจะชวนเขาไปกินข้าว


    ไปดูหนัง ฟังเพลง แล้วก็ (คิดไปไกลแล้วว่างั้นเถอะ) เขาตกลงไปกับผม

แต่มีขอแม้ว่าต้องเอาเพื่อนไปด้วยหนึ่งคน ผมโอเค เดี่ยวคอยไปแยกเอาทีหลัง (คิดชั้ว)


  ถึงเวลา ตามนัด ผมก็ไปรับเขา มีเพื่อนนั่งหลังไปด้วยหนึ่งคน(ตามคำสัญญา)

พอไปนั่งทานอาหาร ก็สั่งอาหารมาอย่าง อร่อย สมกับราคา แต่อุ่นใจ เพราะเพื่อน


   ผมเขาขอไปด้วย เขาเป็นเจ้ามือเอง แต่เมื่อ ทาน เที่ยว เมา

ต้องจับแยกคนละคน ต่างคนต่างไป (คิดไว่เส็จสับ) ผมมองหญิงคนมีผมชอบ


    เขาไม่คอยมีความสนุกสนานกับการเที่ยวกินกับเราเลย

เพราะโทรศัพท์เจ้ากรรม  ทีอยู่กระเป้าถือของเขามันดังอยู่ตลอดเวลา    แต่เขาไม่ยอมสาย


    ผมคิดว่ามันคงมีอะไร สักอย่างแน่เลย เขาต้องมีอะไรอยู่ใจ ผมเลยบอกเขาว่า   

                                    “น้องครับถ้ามาแล้วไม่สนุกพี่ว่าเราน่าจะกลับกันดีกว่าไหม”

เขาพยักหน้า


ผมเลยถามเขาต่อว่า“มีคนรอน้องอยู่ทีบ้านหรือ”  เขาตอบว่า   ใช่ค๊ะ

              หลังจากส่งน้องเขากลับแล้ว มันเหลือแต่ความว่างเปล่า ความคิดทีมีอยู่ ก่อนจะไป


   กลับสลายไปสิ้น แต่ดีนะเพราะคือนี้เราไม่ต้องเสียอะไรเลย ทุกอย่างตกอยู่ทีเพือนผมหมด 

เพราะเขาสัญญาว่า เขา              จ่ายเอง


    (คิดว่ามีผลประโยชน์)      
          
  ทำไมผมต้องเอาเรี่องนี้มาเล่าให้ท่านฟังด้วย (มีเหตผล)

แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับคนเครือข่าย (มีเหตผล)

ฟังนะ
                  การทำธุรกิจ เครือข่ายปัจจุบันนี้ เวลาเจอหน้ากัน หรือโทรหา

 คุยชวนแต่เรือง ธุรกิจ ทีตัวเองทำอยู่

        ไม่เคยฟังฝ่ายตรงข้ามเลย ว่าเขามีความรู้สึกอย่างไร      สินค้า ดี แผน ดี ๆๆๆๆๆๆๆๆ  

ผมอยากจะบอกท่านว่า


ก่อนทีท่านจะมาเจอเขานั้น เขาทำตัวอื่นอยู่ เขาไม่ได้ว่างงาน


         ฟังเขาบ้าง ถามเขาบ้าง ว่าเขาทำอะไรอยู่ ดีไหม ถ้าดี เขาไม่มากับเราหรอก แต่ถ้าไม่ดี

เขาอาจจะมา   กับเรา


ก็ได้นะ   แต่ไม่ใช่ว่าจะมาเลย เขาต้องคิดก่อน ว่าไปเป็น หรือไปตาย


ฉันใดก็ฉันนั้น ผมเข้าใจในความรู้สึกของหญิงสาวคนนั้น เขาอยากจะมีเรา แต่เขามีไม่ได้ เพราะเขามี

เจ้าของแล้ว ไง

ถ้าเขาไม่มีคนคอยอยู่ทีบ้าน ท่านว่าคืนนั้น เป็นไปได้ไหม ?  เช่นกันคนเครือข่าย ถ้าเขายังไม่ทำอะไรเลย

 มันเป็นไปได้

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!

กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/

เอาของเขามาเล่าต่อ ทาสพังพอน

สุุวิทย์
   สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

มีครอบครัวหนึ่งซื้อพังพอน

มาเลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังเล็ก พังพอน

เชื่องและน่ารัก สามีภรรยาคู่นี้จึงรักพังพอนมาก อุ้มเล่น กอด หยอกล้ออยู่เสมอ

ต่อมาไม่นาน ภรรยาก็คลอดทารกน้อยเป็นลูกชายหน้าตาน่ารัก พ่อแม่รักลูกปานแก้วตาดวงใจ

ทะนุถนอมลูกเหมือนไข่ในหิน หลังจากคลอดลูกมาแล้วแม่เกิดความวิตกกังวลว่า

เจ้าพังพอนมันจะกัดลูกของตนหรือเปล่า เป็นห่วงลูกอยู่ตลอดเวลา กลัวพังพอนจะกัดลูกตนเอง

เพราะคิดว่าพังพอนอาจจะอิจฉาลูกของตน

วันหนึ่งทั้งสามีและภรรยามีธุระต้องออกไปนอกบ้านทั้งคู่ ในขณะที่ออกจากบ้านแม่ก็คิดว่า 


พังพอนจะกัดลูกหรือเปล่านะ วิตกอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ไม่มีใครอยู่บ้าน 


มีงูเหลือมตัวหนึ่งตัวมันใหญ่มากเลื้อยเข้ามาในบ้าน งูเหลือมตัวนี้มันสามารถกินเป็ด กินไก่ได้เป็นเล้า 


กินหมูเป็นๆ ได้ทั้งตัว พอเจอทารกก็เลื้อยจะเข้าไปกินทารกน้อย พังพอนเห็นงูจะทำร้ายเด็กก็โดดเข้าไป


กัดคองูเหลือมเต็มเขี้ยว พังพอนสู้สุดชีวิต แลกชีวิตต่อชีวิตเพื่อปกป้องเด็กน้อย ลูกรักของเจ้านาย


ทั้งสองสู้กันเป็นพัลวัน พังพอนกัดไม่ปล่อยทั้งที่ตัวเล็กกว่ามาก สุดท้ายพังพอนรวบรวมพลังสุดชีวิตกด


เขี้ยวเต็มแรง เลือดงูพุ่งกระฉูดเต็มตัวพังพอน งูใหญ่ทรุดฮวบทันทีตายคาปากพังพอน


 สักพักแม่กลับมาถึงบ้าน พังพอนดีใจในฐานะที่ทำความดีความชอบ ปกป้องลูกของเจ้านายให้รอดชีวิต 


จากงูร้ายได้ ก็วิ่งไปรับหน้าแม่ที่หน้าบ้าน พอวิ่งไปถึงหน้าบ้านแม่เห็นตัวพังพอนเต็มไปด้วยเลือดก็ตกใจ 


ฉันว่าแล้วแกต้องกัดลูกฉันแน่นอนเลย คิดไว้


ไม่ผิด คว้าไม้หน้าสามกระหนํ่าตีพังพอนเต็มแรง ตีเปรี้ยงๆๆๆ จนแหลกเหลวตายคามือ โดยที่พังพอน


ไม่มีโอกาสได้พูดเลยสักนิดเดียว แม่รีบวิ่งมาดูลูก คิดว่าลูกตายแน่แล้วเพราะถูกพังพอนกัดตาย 


แต่พอมาเห็นลูกก็ตกใจ ลูกนอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข แต่ข้างๆ ตัวลูกมีงูใหญ่นอนตายอยู่


 แม่นึกเสียใจว่าเราทำอะไรลงไป เราได้ทำร้ายทาสผู้ซื่อสัตย์ผู้ที่สละชีวิตปกป้องลูกของเรา 


ผู้ที่ซื่อสัตย์กับเราเสมอมา แม่เสียใจมาก วิ่งไปอุ้มร่างของพังพอนมากอดไว้แนบอก 


ร้องไห้ครํ่าครวญ เอามือเช็ดเลือดจากตัวพังพอน หวังจะให้พังพอนฟื้นขึ้นมาอยู่กับเธออีก แต่ก็สายไป


เสียแล้วพังพอนสิ้นใจตายแล้วในสภาพเนื้อตัวแหลกเหลว     923362_255496807927294_1754626473_n
ดังนั้นท่านทั้งหลายจงจำไว้ว่า บางสิ่งที่เราเห็นหรือสิ่งที่เราคิด 


อาจจะไม่เป็นจริงอย่างที่เราเห็นหรือคิดก็ได้ เห็นอะไรสักแต่ว่าเห็นไว้ก่อน 


ได้ยินอะไรสักแต่ว่าได้ยินไว้ก่อน อย่าด่วนสรุปว่ามันเป็นอย่างที่เราคิด หรือที่เราเห็น 


มิเช่นนั้นเราอาจจะเสียใจเพราะต้องสูญเสียคนดีๆ ไปก็ได้


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า มีสติอยู่กับสิ่งที่คิด ไตร่ตรองก่อนแล้วจึงตัดสินใจทำ  


**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!


กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/

อารมย์ คือปัญหา ปัญญา คือทางออก

สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง  

ผมถือว่าวันนี้เป็นวันดี (จริงๆแล้วดีทุกวันนั้นเหละ) อากาศบนผิวโลกโดยประมาณ 35 องศา

ถือว่า ร้อนเลยทีเดี่ยว อากาศ องศาสุงอย่างนี้ บ้างครั้งทำอะไรต้องระวังเรื่องของอารมย์

กันสักนิดหนึ่ง

บ้างครั้งอารมย์บวกกับปัญหาทีมีอยู่ก่อนแล้ว ถ้ายังแก้ไม่ได้ทำให้ องศายิ่งสุงกันไปใหญ่

สมัยนี้การแก้ปัญหาส่วนมากจะใช้อารมย์เป็นหลัก ท่านลองคิดดูว่าจริงไหม

ถ้าแก้ปัญหาด้วยอารมย์

ส่วนมากจะจบลงด้วยการสูญเสีย เห็นกันมากมาย ในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ผมเองเมื่อก่อน(สมัยวัยรุ่น)

เป็นคนชอบใช้อารมย์

ทุกครั้งทีแก้ปัญหา ต้องจบอยู่ทีการสูญเสียทุกครั้งไป มาถึงตอนนี้ เริ่มเป็นคนคิดดีเป็น  คิดได้เป็น 

ทำไม ผมทำอย่างนี้ได้

ผมมีเรื่องมาเล่าให้ท่านฟัง มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านเห็นผมแล้วท่านก็เรียกผมมาพูดคุยด้วย

ท่านถามผมว่ามีเรื่องอะไรในใจมากขนาดนั้น( ผมงงเลยกับคำถามทีแก่ถามผม แก่รู้ได้อย่างไร)

ผมเลยตอบว่า ไม่มีครับ แก่พูดขึ้นว่า ยังโกหกตัวเองเลย ท่านถามต่อ อยากแก้ปัญหาไหมละ

ถ้าจะแก้ต้องใช้สมาธิ รวบรวมจิตใจให้ได้ก่อน   คนเราถ้าจะทำอะไรต้องมีสมาธิเป็นหลัก

แล้วจะไม่รู้จักการสูญเสีย  ผมเลยถามผู้ใหญ่คนนั้น ว่า ท่านรู้ได้อย่างไร

 ท่านตอบว่า ใบหน้ามันบอก (หน้าอมทุกข์นั้นเหละ)

ฉนั้นคุณอย่าคิดว่าคุณมีทุกข์แล้วคนอี่นจะไม่รู้ เค้ารู้ แต่เขาคิดว่า มันไม่ใช่เรื่องของเขา

อาการของคนมีปัญหา คือ ไม่มีชีวิตชีวา ไม่มีเรี่ยวแรง มองโลกในแง่ร้าย ปํญหามีกันทุกคน

 จะมากหรือน้อย

e378ต้องมีการแก้ไขกันไปเป็นวันๆไป ถัารวบรวมจิตใจได้

แล้ว จะเกิดสติ แล้วก็เกิด เป็น ปัญญา ปัญญาเป็นตัว

แก้ ปัญหาได้

ที่ใดมีสติปัญญา ณ ที่นั้นถึงมีกิเลสอยู่ก็หมด

โอกาสแสดงตัว

แต่ที่ใดก็ตามหากขาดสติปัญญา แม้ไม่น่าจะมี

ปัญหา

ก็อาจจะมีปัญหาขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ คนเราถ้าขาดสติปัญญา

ไม่เข้าใจโลก ไม่เข้าใจสังคม ไม่เข้าใจคน วันหนึ่ง ๆ

เราจะเสียค่าโง่ให้กิเลสไม่รู้เท่าไหร่ ประเมินเป็นตัวเงินคงขาดทุนย่อยยับ

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!

กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/

สร้างความคิด มุมมองของนักธุรกิจ เครือข่าย

สวัสดีครับ ผมสุวิทย์ คงเพ็ง

วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง (ไม่ใช่มีให้เหล้ากิน)

เริ่มเล่าเลยนะ

ผมมีรักเพื่อนอยู่2คน  ผมจะเล่าความแตกต่างของเพื่อนทั้ง 2คน (นินทาเพื่อน)


คนหนึ่งชื่อ พันธ์ เพื่อนผมคนนี้ มีนิสัย เหมือนกับคนหลายๆคน คือเป็นคนรัก สัตว์ ไม่จะเป็น หมา แมว

แต่ความรักที่มีต่อครอบครัว (เมีย) ยังเหมือนเดิม สโลแกนของเพื่อนพันธ์คือ รักเมียเสมอเผลอมี…..

(พูดเล่น)

เขารู้ดีว่า เลี้ยงไปก็ไม่กำไร เพราะมันไม่มีค่าทาง เนื้อ แต่มันมีค่าทางใจ  ไปทำงาน กลับมาได้เล่นกับ

สัตว์ ที่เขาเลี้ยง

มีความสบายใจ ยิ่งเลี้ยงยิ่งมีความผูกพันธ์ ถ้าเกิดว่า สัตว์ที่เขาเลี้ยง ไม่สบาย เขาก็พาไปหาหมอ

 จะจ่ายเท่าไร เขาไม่เคยพูดเลย เพราะเขามีความรู้สึก เหมือนส่วนหนึ่งในครอบครัว เกิดว่า ตัวไหนตาย

ไป ก็หาชื้อไหม่มาเลี้ยงอีก

ตั้งแต่ผมรู้จักเขามา บ้านเขาไม่ขาดสัตว์เลี้ยงเลย ถามว่า ขาดทุนไม่ เขาไม่มีตวามรู้สึกว่าขาดทุนเลย

  มีกำไรมีค่าทางใจ

แมว
เพื่อนอีกคนชื่อ พงษ์ พงษ์เป็นคนขยัน ชอบทำมา

หากิน เป็นคนหลายอาชีพ

 (เปลี่ยนงานบ่อย)

เป็นคนหาโอกาสอยู่เสมอ( เหมือนกับผมเลย)

แต่มาทำอาชีพหลัก คือ เลี้ยงหมู เขาทำมาหลายปี

แล้วเหมือนกัน 

เขามีความสุขกับงานนี้มากเลย

เพราะเลี้ยงแล้ว 90 กว่าวันก็ได้รับเงินเข้ากระเป๋า ครั้งละหลายๆหมื่นบาทเลยที่เดี่ยว

พงษ์ เขามีความสุขมาก

ถ้าวันนั้นมาถึง (วันขายหมู) แต่ถามว่า พงษ์ มีความรู้สึก ผูกพันธ์กับหมูทีเขาเลี้ยงไม

 ตอบได้เลยว่าไมมี

น้ำหนักดี ราคาดี นั้นคือ สิ่งทีเขาต้องการ เพราะมันมีคุณค่าทางเนื้อ  เลี้ยงหมู
วันนั้นเป็นว่ันบังเอิญหรือไมก็ไม่ทราบเหมือนกัน วันที พงษ์เขาขายหมู พงษ์ ดีใจมาก

เพราะมีเงินเข้ากระเป๋าแน่นอน

แต่ พันธ์วันนั้นเป็นวันที่หมาทีเขาเลี้ยงเกิด ตาย เขาเสียใจมาก เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ

เพราะเขาติดว่าหมาคือสมาชิกในครอบครัว เรื่องทีผมเล่าให้ฟังวันนี้

พันธ์เขาเลี้ยงหมา ไม่ มีค่าทางเนื้อ แต่เขามีค่า ทางใจ 

ส่วนพงษ์ เขาคิดว่าหมู มีค่าทางเนื้อ แต่ไม่มีค่าทางใจ ไม่มีความผูกพันธ์  ธุรกิจก็เหมือนกัน

ถ้าคุณคิดว่าองค์กร ทีท่านดูแลอยู่  คิดว่าเลี้ยง เพื่อ ฆ่ากินเนื้อ หรือว่า รักกันไว้ เพือให้มีค่าทางใจ

ท่านเป็นคนคิดเองนะ ผมไม่ต้อง คิดให้

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!  ถ้ามีคุณค่าช่วย

 แช่ร์ ต่อด้วยนะครับ


กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com

เชฟใหญ่ ในต่างแดน กลับมาทำธุรกิจเครือข่าย

สวัดดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง
สุุวิทย์
ผมยอมรับว่าผมอดีตเคยผ่านงานมาหลายอาชีพ

งานๆหนึ่งทีผมชอบมันมากและอยู่กับมันมาหลายปี คือการทำอาหารตามโรงแรมต่างๆ(กุ๊ก) ผมเริ่มเข้า

วงการแบบไม่เป็นอะไรเลย

กาลเวลา ทำให้ผมพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆจนคล้ายมาเป็นเชฟได้ใช้เวลาเป็นสิบปีเหมือนกัน

ในวงการโรงแรมถ้าใครมีฝีมือและมีประสบการณ์มากจะได้ค่าตอบแทนที่สุง

และเป็นที่ยอมรับของคนในวงการ ผมเดินอยู่สายของอาชีพนี้

คิดว่าหลายโรงแรมเลยทีเดียว ที่ไหนเป็นแหล่งทีมีนักท่องเที่ยวเยอะผมขอไปหาประสบการณ์อยู่ทีนั้น

สมัยนั้นถัาเชฟคนไหนมีรายได้หลักห้าขี้น ถือว่าเป็นทียอมรับของคนในวงการโรงแรม

ผมก็จัดว่าเข้าำไปอยู่ในกลุ่มของคนทีมีรายได้หลักห้าเหมือนกัน

คนทำงานอยู่ที่ไหนก็ต้องมีปัญหาให้แก้อยู่ตลอดเวลา

ยิ่งทำงานอาชีพนี้ต้องมีปัญหาให้แก้ทุกวันแม้แต่วันหยุด ทำอยู่นานๆเกิดการอิ่มตัว

และมีเด็กรุ่นน้องไหม่ๆไฟแรง เริ่มเกิดการปรับตำแหน่ง เราเงินเดือนมากแต่เริ่มทำงานช้าลง

ความคิดความไวไม่คอยจะทันเด็กไหม่ๆ คิดเปลียนที่ทำงาน 

แต่ท่านเชื่อไหมว่าไปทีไหนก็เจอเด็กไหม่ไฟแรงทั้งนั้น ไม่อยู่แล้วเมืองไทย

ไปหากินต่างแดนดีกว่า เงินเดือนก็มาก แถมมีสวัสดิการดีด้วย

ไปแล้วผมบอกท่านตรงๆเลยว่า มันไม่ต่างอะไรกับการทำงานที่เมืองไทยเลย(ต่างกันอยู่อย่างเดียว

คือ ต่างแดน) เงินเดือนมากก็รับผิดชอบงานมากขึ้น

ปัญหาที่เพิ่มขึ้นคือ สภาพของอากาศ หนาวก็หนาวจัด ร้อนก็ร้อนจัด ภาษาในการสื่อสารก็ถือว่าเป็น

ปัญหาเหมือนกัน 

สุดท้ายก็เริ่มอิ่มต้วอีกครั้ง กลับมาเมืองไทยงงอยู่กับต้วเองว่าไปอย่างงัยต่อไป

ผมมานั่งคิดนอนคิด คือการทำงานอยู่ที่ไหนก็ต้องเจอกับปัญหาอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นอาชืพอะไร ถ้าคุณคิดว่าคุณจะหนีปัญหา บอกเลยยิ่งหนียิ่งเจอ

ถ้าคุณคิดจะทำอะไรสักอย่าง คุณต้องเจอปัญหาอย่างแน่นอน ถ้าคุณอย่างเจอกับความสำเร็จ

คุณหนีปัญหาไม่ได้ได้อย่างแน่นอน

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!

กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com/

มันเป็นไปได้ มันเป็นไปแล้วจริงๆ

สวัสดีครับ ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

  สุุวิทย์
ผมเป็นคนหนึ่งที่มองหาโอกาสอยู่เสมอ วันที่10 ถุมภาพันธ์ ปี2529

ผมจำได้แม่นยำ


ผมได้เดินทางมาอาศัยอยู่ที่อำเภอหัวหินเป็นครั้งแรกที่ออกจากบ้าน

และเป็นสถานทีแรกที่มาอาศัย นอกเหนือจากบ้านเกิด คือเมืองตรัง

สมัยนั้นผมมาอยู่ใหม่ๆ หัวหินเป็นเมืองที่น่าอยู่มาก ที่ดินราคาถูกมาก

หลายคนที่มาอาศัยจากต่างถิิ่นต่างหาซื่อทีดินไว้คนละหลายๆแปลง

มีเพื่อนชวนไปซื้อ ผมเองไม่ชอบ เพราะความตั้งใจว่าจะไม่อยู่ที่นี้ และอีกอย่างหนึ่ง คือกลัวว่าจะผ่อน

เขาไม่ได้ (สมัยนั้นเขาให้ผ่อนอีกต่างหาก)

ที่ดินตรงไหนถูกแล้วสวยเพือนจะมาชวนไปซื้อทุกครั้ง แต่ผมไม่เอาด้วย

เพราะผมมีเหตุผลว่า ผมจะไม่อยู่ที่หัวหินไปตลอด ต้องกลับไปอยู่บ้านเกิด  (เป็นคนรักบ้านเกิดมาก)

ตั้งแต่วันที่มาอาศัยอยู่หัวหินมาจนถึงปัจจุบัน20กว่าปีแล้ว

ผมยังไม่ได้ออกไปจากหัวหินเลย  

ในปัจจุบันนี้เพื่อนผมที่เขาชวนผมไปซื่อที่ดิน  เขารวยกันไปหมดแล้ว

สมัยก่อนซื่อผ่อนไร่ละสามแสน  ผ่อนเดือนละหนึ่งพันห้าร้อยบาท มาปัจจุบันนี้ขายไร่ สิบกว่าล้านบาท

ตอนนี้ผมต้องมานั่งดูเพื่อนรวย และมานั่งเสียดายโอกาส นึกทุกครั้งเสียดายเวลาที่ผ่านมา ไม่ยอมรับ

โอกาสที่เพื่อนมาแนะนำ เพราะคำๆเดี่ยวคือ ผมเองไม่ชอบ

และอีกเหตุผลหนึ่ง ผมจะไม่อยู่ที่หัวหินไปตลอด  คำบ้างคำหรือความคิดบ้างความคิด ที่เราใช่อยู่ มัน

อาจจะทำลายโอกาสที่กำลังจะมาถึงก็เป็นได้

เหมือนกันกับธุรกิจที่คุณคิดจะทำมันอยู่ ให้คิดก่อนที่จะทำ

เอาเหตุผลมาคิดอย่าเอาอารมย์ในเวลานั้นมาตัดสินใจโดยเด็ดขาด

แล้วคุณจะมานั่งเสียดายอย่างผม

ไม่ต้องไปเสียดายกับเวลาที่ผ่านมา แต่ให้ความสำคัญกับเวลาที่เหลืออยู่

อาจจะมีโอกาสอีกครั้งใครจะไปรู้

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!

กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com

อยากรู้มั๊ย?..อะไรที่ทำให้สปอนเซอร์คนได้ในขายตรง




สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง


การที่เราจะชวนใครมาทำธุรกิจร่วมกับเรา..ใช่ว่าจะชวนหรือสปอนเซอร์กันได้ง่ายๆ นะครับ 


กว่าจะชวนกันได้นี่..โครตนานเลยล่ะ จนกว่าเค้าจะเชื่อใจเรา..แล้วเราต้องได้ใจเขาโน่นแหล่ะ

“คุณต้องพูดกับใครถึงจะได้ผล”

เมื่อคุณรู้แล้วว่า “เขาเข้าร่วมธุรกิจกับคุณเพราะอ
ะไร” ต่อมาก็คือสิ่งที่คุณต้องรู้อีกอย่างว่า 


“คุณต้องพูดกับใครถึงจะได้ผล” ไม่ใช่ว่าคุณพูดประโยคนี้กับทุกคนแล้วจะได้ผลนะครับ..คุณต้อง

“พูดให้ถูกคนเท่านั้นเอง”



(แล้วพูดกับใครล่ะ) ถึงจะได้ผล..คุณคิดว่าเป็นเพื่อ
นคุณ, ญาติสนิท, พ่อแม่พี่น้อง


 หรือใครที่คุณนึกได้ใช่ไหม ผมตอบได้เลยว่า..พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆ

“ก็เหมือนคุณเอาเนื้อหมูไปขายให
้คนที่นับถือศาสนาอิสลาม..”

นั่นแหล่ะครับ..ให้ฟรีๆ เขายังไม่เอาเลย..

สิ่งที่ผมจะบอกคุณก็คือ “พูดเฉพาะคนที่อยากจะฟังเรื่องน
ี้จริงๆ”

ยังงัยครับ..ถึงจะได้ผล..(แล้วใ
ครล่ะที่ต้องการจะฟังจริงๆ) 


 ก็คือคนที่เขาสนใจในธุรกิจนี้จริงๆ.. คนที่เขามองเห็นโอกาสทางธุรกิจแต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไง…

หรือ คนอย่างคุณ.. ที่กำลังอ่านบทความของผมอยู่.. ก็อยู่ในเคสนี้ด้วย


 คนที่เข้ามาดูในเว็บไซต์ของคุณ.. แล้วทิ้งที่อยู่ ,อีเมล์, 

เบอร์โทรศัพท์ไว้ให้กับคุณ (บอกว่าผมสนใจครับ) หรือคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่แล้ว.. 

จะดีมากเพราะถ้าสปอนเซอร์คนพวกนี้ได้ จะทำให้เครือข่ายของคุณ ประสบความสำเร็จเร็วที่สุด

 เพราะเขาก็ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่แล้ว เขาต้องมีความสนใจมากกว่าคนอื่นแน่นอน 

และก็เป็นการง่ายมากที่จะสปอนเซอร์คนพวกนี้

เมื่อเขาเข้ามาหาคุณเอง..คุณมั่
นใจได้เลยว่า

90 % คุณสามารถสร้างกระแสเงินสด กับเขาได้แน่นอน

(ต้องพูดให้ถูกคนด้วยนะครับ)  

http://suwit99.weebly.com/

ความคิดติดกับดัก..แล้วจะไม่รู้จักความสำเร็จ!


สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง


วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องความค
ิดกัน..

โดยทั่วไป ความคิด หมายถึง กิจกรรมทางจิตใจ หรือทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับจิ
ตสำนึกเฉพาะคน 


หรือกระบวนการคิด หรือลำดับแง่คิด

การคิด ทำให้คนเราสามารถเข้าใจโลกหรืออ
อกแบบชีวิตได้แตกต่างกัน ทั้งยังทำให้นำเสนอ


 หรือแปลความหมายสิ่งต่างๆ ไปตามความหมายที่เข้าใจ หรือเชื่อมโยงไปถึงความต้องการ ความ

ปรารถนา ข้อผูกมัด วัตถุประสงค์ แผน และเป้าหมาย

ผมจะเปรียบเทียบให้ฟังว่า ความฉลาดของคนเปรียบเสมือนแรงม้าของรถยนต์ 


แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของรถยนต์คันนั้นๆ ไม่ได้ขึ้นกับแรงม้า แต่กลับขึ้นอยู่กับความ

สามารถในการขับขี่รถยนต์ของแต่ละบุคคล เมื่อคุณมีความฉลาดแล้ว

 คุณยังจำเป็นที่จะต้องมีความสามารถในการคิด ที่จะนำมาซึ่งการทำงานที่ประสบความสำเร็จ 

หรือประสิทธิภาพที่ดีของผลงาน

** คนที่คิดว่าตัวเองนั้นฉลาด มักจะใช้ความฉลาดของตน เพื่อที่จะอธิบายมุมมองของตนเอง


ยิ่งคนๆ นั้นฉลาดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งอธิบายมันได้ดีมากขึ้นเท่านั้น และนั่นหมายความว่าคนๆ นี้จะยิ่งเข้า

ใจผิดๆ ว่าไม่มีใครคิดหรือตัดสินใจได้ดีกว่าตนเอง 

และหากนานเข้าเขาก็จะเริ่มไม่เห็นความสำคัญที่จะต้องสอบถามหาความคิดเห็นของคนอื่นๆ                  

(ก็ในเมื่อคิดเอาเองว่าตนเองคิดได้ดีที่สุดอยู่แล้ว..แล้วทำไมต้องเอาความคิดเห็นของคนอื่นด้วยเล่า)

** ที่มากไปกว่านั้น คนที่คิดว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่นๆ นั้น 


 ก็จะพยายามหาวิธีใช้ความฉลาดของตนเองให้ได้มากที่สุด 

 ดังนั้นเขาจะพยายามเสาะแสวงหาวิธีการที่เร็วที่สุดเข้าสู่ความต้องการของตนเอง 

โดยการบอกว่าคนอื่นๆ คิดผิด เพื่อจะให้คนรอบตัวเห็นด้วยกับวิธีคิดของตนเองภายในระยะเวลาอันสั้น

หากคุณ..ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังติดกับดักกับความเก่งของตัวเองแล้


 มันก็ยากยิ่งนักที่จะออกมาจากกับดักได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นผู้บริหาร หรือผู้นำ 

เขาจะสร้างความลำบากใจให้เพื่อนร่วมงาน เนื่องจากว่า เอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่ 

จะทำการให้สำเร็จได้ยาก!



คอยติดตามผมให้ดี..แล้วผมจะบอกความลับให้คุณประสบความสำเร็จ



ถ้าคุณต้องการรับข้อมูลจากผม..ที่จะทำให้ความคิดของคุณเปลี่ยน

กรุณากรอกข้อมูล..ที่นี่ http://suwit99.weebly.com/

ชูวิทย์..เปลี๋ยนไป๋!


สวัสดีครับ..
ผม ชูวิทย์ เฮ๊ย! ไม่ใช่ สุวิทย์ คงเพ็ง ครับผม

ล้อเลียน คุณชูวิทย์ หน่อย ..ฮา..ฮา.. ใครชอบคุณชูวิทย์บ้างครับ.. บางคนก็ตอบว่าชอบ.. 


บางคนก็ตอบไม่ชอบ..เพราะความคิดของแต่ละคนนั้น “แตกต่าง” กัน



ที่ผมตั้งหัวข้อ “ชูวิทย์..เปลี๋ยนไป๋” เพราะว่า..ผมจะเปรียบเทียบกับบริษัทโดยทั่วๆ ไปของ


 “ขายตรง” ก่อนที่เราจะเริ่มต้นทำธุรกิจดีๆ สักตัวหนึ่ง..แน่นอน! เราคงต้องพิจารณาเกี่ยวกับบริษัทนั้นๆ 


เพื่อให้มันชัวร์ซะก่อน!..ก่อนที่จะตัดสินใจทำ (ขนาดเราคิดว่าชัวร์แล้วนะแต่ก็ยัง…จนได้)

อย่างแรกเลยก็คือ..

บริษัทต้องมั่นคง แน่นอนเราคงไม่ต้องการที่จะเปลี่ยน หรือ ย้าย ไปทำธุรกิจกับ บริษัทโน้น บริษัทนี้ ไป


เรื่อยๆ ด้วยเหตุเพราะบริษัทปิดตัวลง เนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ ถูกต้องใหมครับ

สินค้าต้องดี มีคุณภาพ ราคาไม่แพง สามารถสร้างฐานผู้บริโภคได้จริง ทั้งนักธุรกิจ และลูกค้าทั่วไป 


สามารถซื้อหาสินค้ามารับประทานได้ง่าย

แผนธุรกิจต้องไม่ยากจนเกินไป ที่คนทั่วไปจะสามารถสร้างรายได้..ได้โดยง่าย

ผมไม่ได้บอกว่าจะต้องเป็นแผนธุรกิจ ที่จ่ายเยอะที่สุด จ่ายมากที่สุด ในบรรดาธุรกิจเครือข่าย 


เพราะในบางครั้ง บางบริษัทก็มักจะกล่าวอ้างว่า บริษัทของตัวเองจ่ายเงินกลับคืนมาให้นักธุรกิจเยอะ


ที่สุดในโลก แต่ความเป็นจริงจะสามารถจ่ายได้จริงหรือเปล่าก็ยังไม่มีใครรู้ หรือหากจ่ายได้จริง จะมี


ความสามารถจ่ายได้นานแค่ใหนก็ยังไม่มีใครทราบ

เพราะในบางกรณี บริษัทเปิดใหม่บางบริษัท มักจะใช้กลยุทธ์ ในการดึงนักธุรกิจจากบริษัทเครือข่ายอื่นๆ


 ให้มาร่วมทำธุรกิจเครือข่ายกับเขา โดยใช้กลยุทธ์ในการทำแผนการตลาดออกมาให้ดูเสมือนว่าจ่าย


เยอะที่สุด จ่ายมากที่สุด เพราะเขารู้ว่าหากใช้วิธีการนี้ จะสามารถสร้างแรงจูงใจ ให้กับนักธุรกิจเครือข่าย


ที่ต้องการเงินด่วน เงินเร็ว โดยขาดการพิจารณาโดยรอบด้าน

ในท้ายที่สุดเมื่อเปิดดำเนินการไปสักพัก บริษัทเหล่านี้ก็มักจะหาเหตุผลในการปรับแผนการจ่าย หรือ


อย่างแย่ที่สุด ก็อาจจะต้องปิดบริษัทไป เนื่องจากไม่สามารถมีกำไรมาหล่อเลี้ยงตัวธุรกิจต่อไปได้

และที่สำคัญที่สุด ของการที่จะทำธุรกิจเครือข่ายให้ประ สบความสำเร็จได้นั้น 


จะต้องมีระบบ มีทีมงาน ที่ดี มีคุณภาพ ที่จะช่วยกันพัฒนาทีมงาน ร่วมมือร่วมใจกัน


 ตั้งเป้าหมายและพร้อมที่จะประสบความสำเร็จไปด้วยกันได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 


ระบบ จะเข้ามามีส่วนสำคัญในการช่วย สรรหา คัดเลือก สมาชิกเข้ามาสู่องค์กรธุรกิจ 


หลังจากนั้นระบบ จะทำการพัฒนาสมาชิกใหม่ที่พึ่งเข้ามาสู่ธุรกิจ จากมือสมัครเล่น


 ให้กลายเป็นผู้นำมืออาชีพ ที่จะเป็นผู้มีส่วนร่วมในการส่งต่อ..ความรู้..ความสำเร็จ 


ให้กับผู้นำรุ่นต่อๆไป โดยไม่มีที่สิ้นสุด

บริษัทอย่างเนี๊ย!..มีมั๊ย ในประเทศไทย!





คอยติดตามผมให้ดี..แล้วผมจะบอกความลับให้คุณประสบความสำเร็จ

http://www.suwitkongpeng.com/

ถ้าคุณต้องการรับข้อมูลจากผม..ที่จะทำให้ความคิดของคุณเปลี่ยน

กรุณากรอกข้อมูล..ที่นี่ http://suwit99.weebly.com

2 สาเหตุ..ของความสำเร็จและล้มเหลว!

    สวัสดีครับ..ผม สุวิทย์ คงเพ็ง

วันนี้อากาศตอนเช้าๆ ที่หัวหิน..กำลังสบายดีเลยครับ 

ได้สูดอากาศ กลิ่นอายของทะเล ทำให้สมองของผมปลอดโปร่งขึ้นมาทีเดียว 

ใครอยากจะมาสูดอากาศทะเลที่หัวหิน ก็เชิญได้นะครับ..

สาเหตุที่ผมได้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะมันคือประสบการณ์จริงของผม..ผมจะเล่าให้ฟัง..

การทำธุรกิจเครือข่าย มันมีอยู่ 2 สาเหตุ ที่จะทำให้คุณสำเร็จและล้มเหลว! 

เอ๊ะ! ยังงัยกัน มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว..งงใช่มั๊ยครับ เ๊อ๊า..ตามผมมา

การที่เราจะตัดสินใจทำธุรกิจเครือข่ายสักบริษัทหนึ่ง แน่นอน! เราต้องมีพันธะสัญญา..

มี พันธะสัญญากับใครครับ..กับทีมงานงัย เราต้องมีพันธะสัญญากันว่า เราจะต้องทำงานกันเป็นทีม

นะ..เราจะประสบความสำเร็จไปด้วยกันนะ..และความมุ่งมั่นที่ จะทำให้บรรลุเป้าหมาย 2 สิ่งนี้เป็น

คุณลักษณะที่สำคัญต่อความสำเร็จและความล้มเหลว ถ้าหากว่าเรานำเอา 2 สิ่งนี้มาประยุกต์ใช้

 เราก็ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าขาด 2 สิ่งนี้เราก็จะล้มเหลว! จริงมั๊ยครับ..การที่เราขาดพันธะสัญญาที่

เหนียวแน่น และขาดความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะอุปสรรคที่เป็นจริง 

หรืออุปสรรคทางความคิดก็เป็นสาเหตุสำคัญของความล้มเหลว!


จุดเริ่มต้นของความสำเร็จทั้งปวงก็คือ ความปรารถนา นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมเราจะต้องเริ่มต้นสนใจว่า

 “อะไรคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการ” นั่นก็คือ ความฝัน และ เป้าหมาย 

หากคุณไม่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า โอกาสที่คุณจะลงมือทำก็จะลดน้อยลงไป 

โอกาสความสำเร็จก็น้อยลงไปเช่นกัน

และที่สำคัญ คุณต้องทราบว่าคุณจะไปทิศทางไหน?

ถ้าคุณไม่รู้ว่าคุณจะไปในทิศทางไหน คุณก็ไม่ทราบว่าคุณจะสิ้นสุดการเดินทางลงตรงไหน..

เหมือนกับการเปลี่ยนบริษัท ไปเรื่อยๆ..จริงมั๊ยครับ

ดังนั้น..การตั้งเป้าหมายและวางแผน จึงเปรียบเสมือนมีแผนที่เส้นทางที่ดี 

เพื่อจะนำคุณไปสู่จุดมุ่งหมายปลายทางที่คุณต้องการ


เอาล่ะ..ตอนนี้ทุกท่านมีความฝัน และเป้าหมาย กันหรือยังครับ..

เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ

ถ้าท่านต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารดีๆ จากผม กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ครับ

http://suwit99.weebly.com

ประสบการณ์ สอนงาน

สวัสดีครับ ผม สุวิทย์คงเพ็ง 

มีความตั้งใจอย่างสุง ในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะเครือข่าย

 มันมีเสน่ห์อยู่ในตัวของมัน 

และเป็นธุระกิจท้าทายความสามารถเฉพาะตัว ใครไม่แข้ง

จริงเข้ามาเป็นอันเสร็จทุกรายไปแล้วเกลียดมัน

ไปเลย สอนลูกสอนหลานว่าไม่

ต้องไปทำนะ ธุรกิจอย่างนี้ เพราะคุณนั้นแหละ ความสามารถไม่พอตัว

ตอนนี้งานเครือข่ายมันสอนผมให้รู้จุดอ่อนจุดแข้ง 

วิธีการแก้ปัญหาถ้ามันเกิดขึ้นไม่ใช้ความสามารถส่วนตัว 

แต่มันเป็นประสบการณ์ 

ทีเคยผ่านร้อนผ่านหนาวกับมันมา

 ต่อแต่นี้คงเหลือแต่ความสำเร็จแล้ว 

แผนทำแล้วได้มั้ย สินค้าติดตลาดนานมั้ย 

ความมั่นคงของบริษัทมีจริงมั้ย 

มันต้องวิเคราะห์หลายๆอย่าง คำพูดดีๆของผู้บริหาร 

ไม่ใช่ว่าบริษัทจะดีด้วย 

มันต้องดูระบบ และความมาตรฐานของระบบ ถ้าใช่ 

มันต้องไม่เปลียน 

วันนี้เป็นอย่างนี้ แล้วพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร อาทิตย์หน้าจะเอาอย่างไร 

เดือนต่อไปเขาจะทำอย่างไรอีกหน้อ! ถ้ายังไม่มีทีจบ ไม่ต้องหาความจัดเจน 

**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!


กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com

ขยะยังมีค่า กาลเวลาตีค่าสิ่งนั้นๆ


 สวัสดีครับ ผมสุวิทย์ คงเพ็ง

 ถ้าพูดถึงขยะสังคมส่วนมากตีความหมายว่า ของทีไม่มีคุณค่าแล้ว

 ไม่สามารถเอาไปใช้ประโยนช์ได้แล้ว ถูกต้อง

 แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งเขายังเห็นคุณค่าของขยะ

 และเขายังดำรงค์ชีวิตอยู่ได้กับขยะโดยการแยกค่าของขยะออกเป็นกองๆ

 แล้วเอาไปขายยังได้เงินมาดำรงค์ชีวิตอยู่ได้

โดยไม่ต้องเดือดร้อนสังคม  สังคมบ้านเราก็เห็นกันอยู่ ถ้าว่าคนกลุ่มนี้เขาเป็นใคร 

ไม่หางานอื่นทำ ทำไมต้องมาเก็บขยะ จริงๆแล้วค่าของอะไรนั้นมันอยู่ทีมุมมองของแต่ละคน

แค่นั้น วันนี้คุณอาจจะมองมันเป็นของไรค่า

 แต่วันข้างหน้ามันอาจจะมีค่ากว่าทีคิดก็ได้ 

 อย่าเอาอารมย์หรือความรู้สึกมาตีค่า เช่นกันค่าของคนไม่ได้อยู่ทีความรู้สึก

 แต่ค่าของคนไม่สามารถยั่งลึกได้ ตีค่าผิดก็เป็นภัย 




การตีค่าต้องอยู่ทีเวลาเหมือนกัน เวลานี้อาจจะไม่เห็นค่า 

แต่วันข้างหน้าอาจจะมีค่ามหาศาลก็เป็นได้ 

**คอยติดตามผมให้ดี..แล้วผมจะบอกความลับให้คุณประสบความสำเร็จ




**ถ้าคุณไม่ต้องการความล้มเหลวอีก..ผมมีวิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ!


กรุณาคลิ๊กที่ลิงค์นี้ http://suwit99.weebly.com